วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

กุ้งสะเต๊ะ

รู้จักกุ้งสะเต๊ะครั้งแรกที่ตลาดน้ำบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ตลาดนี้ของอร่อยๆเยอะ ได้ทาน ปี 52-53 นี้ล่ะ แม่ค้าขายในเรือเหมือนตามตลาดน้ำทั่วๆไป ทานครั้งแรก รู้สึกแปลกแต่อร่อย เพราะเป็นคนชอบทานกุ้งมาก (สาวเมืองนนท์น่ะ) กุ้งของเค้าสด เนื้อกรอบ เราว่าเคล็ดลับการทำกุ้งสะเต๊ะส่วนนี้สำคัญทีเดียว เพราะเคยไปทานอีกที่นึงในเยาวราช ไม่นานนี้เอง กุ้งไม่สด รสชาติความอร่อยหายไปเยอะเลยทีเดียว ทั้งที่ๆ น้ำจิ้มสะเต๊ะและอาจาดของเค้าอร่อย กลมกล่อมมาก!!!!!!!

วิธีทำกุ้งสะเต๊ะ
1. เนื้อกุ้งแกะเปลือก เหลือหางกุ้งไว้สวยๆ 150 กรัม
2. ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา
3. กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
4. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
5. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
7. น้ำกะทิ 1/2 ถ้วย

วิธีปรุง
1. นำผงกะหรี่ กระเทียมสับ ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรมมาผสมเข้าด้วยกัน

2. นำเนื้อกุ้งลงไปคลุกเคล้าเครื่องปรุง หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ในตู้เย็น

3. เตรียมเตาย่าง (จะใช้เตาไฟฟ้าก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สะดวกใช้เตาถ่าน) นำกุ้งมาเสียบไม้เตรียมไว้

4. พอเตาร้อนนำกุ้งมาย่างระหว่างย่างคอยทาด้วยน้ำกะทิจนสุก

5. เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสะเต๊ะและอาจาด

สำหรับน้ำจิ้มสะเต๊ะ
1. น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนชา
2. เกลือ 1/2 ช้อนชา
3. น้ำตาลแดง 2 ช้อนโต๊ะ
4. กะทิ 1 ถ้วยตวง
5. น้ำร้อน 1/2 ถ้วยตวง
6. ถั่วลิสงบด 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำน้ำจิ้มสะเต๊ะ
1. ผสมน้ำกะทิกับน้ำพริกแกงให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย น้ำตาล, เกลือ ให้รสหวานนำรสเผ็ด

2. ใส่ถั่วลิสงบดลงไป และนำไปเคี่ยวบนไฟอ่อน

3. ตักใส่ถ้วยน้ำจิ้ม เสริฟพร้อมกับกุ้งสะเต๊ะ (หรือหมูสะเต๊ะ)

สำหรับอาจาด
1. น้ำส้มสายชู 125 มิลลิลิตร
2. น้ำตาล 115 กรัม
3. แตงกวาซอย 1/2 ลูก
4. หอมแดงซอย 2 ลูก
5. พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด (เอาเม็ดออก, หั่นขวางเป็นแว่น)
6. ผักชี (สำหรับแต่งหน้า)

วิธีทำอาจาด
1. นำน้ำส้มและน้ำตาลใส่หม้อและนำไปตั้งไฟอ่อนๆ คนจนกระทั่งน้ำตาลละลาย ปิดไฟ

2. ปล่อยให้เย็น จากนั้นใส่แตงกวา, หอมแดง และพริก คนให้เข้ากัน

Cr. http://th.openrice.com/
Cr. http://www.ezythaicooking.com/
ขอบคุณภาพจาก google

ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้

วัตถุดิบ สำหรับ 30 ห่อ
1. น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
2. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ
3. มะพร้าวทึนทึกขูด
4. แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม
5. น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร
6. กะทิ 800 มิลลิลิตร
7. แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม
8. กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
9. ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน
10. ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม

วิธีทำ
1. นำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็น 2 ขนาด ฉีกใบตองชั้นนอก 5 นิ้ว และสำหรับชั้นใน 4 นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย

2. นำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อน กวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น ผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป

3. นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป เปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น 1 นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด

4. เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง 2 ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง 2 แผ่น ชนกัน

5. นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด

6. นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็นก่อนเสิร์ฟ

Cr. http://food.mthai.com/food-recipe/95944.html
ขอบคุณภาพจาก google

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

สูตรหมูปิ้ง 7 สูตร


สูตรหมูปิ้ง 7 สูตร
ขอให้อร่อยกันทั่วๆทุกๆ คนค่ะ
FB.Thai foods and Bakery's
By.Sujitra Lw
ตามรูปใช้สูตรที่ 7 คะ
‪#‎สูตรที่‬ 1
เครื่องปรุง
เนื้อหมู เอาติดมันก็ได้ หรือ เนื้อสันก็ดี 1 กิโลกรัม
ซีอิ้วดำ 1/2-1 ชต. นมข้นจืด 3-4 ชต. หรือนมสด 1 ถ้วย
น้ำตาลปิ้บ 1/2 ถ้วย น้ำตาลทรายนิดหน่อย น้ำมันหอย นิดหน่อย
ซีอิ้วขาวเห็ดหอม 2-3 ชต
กระเทียม รากผักชี พริกไทย 2ชต.
น้ำมันมะกอก 2-3ชต.
ผสมกันเสร็จชิมดูก่อนว่ารสออกมาแบบไหน ถ้าชอบหวานชอบเค็มก็เต็มเพิ่มลงไป
วิธีทำ
ล้างหมูให้สะอาดแล้วแล่ อย่าบางมากคลุกเคล้ากับส่วนผสมแล้ว แช่ในตู้เย็นสัก 1-2 วันค่อยนำออกมาเสียบไม้ปิ้ง หรือ เจ้าของสูตรเดิมเขาเสียบไม้ไว้เลยแล้วแช่ฟิต 3 วัน ค่อยเอาออกมาปิ้ง แช่ฟิตจะทำให้หมูนุ่มมาก ๆ เวลา ปิ้งน้ำปรุงที่เหลืออย่าทิ้งนำน้ำกะทิมาผสม ตอนปิ้งก็ใช้น้ำปรุงนี้ทาลงไปที่หมูกำลังปิ้งเพื่อให้หยดลงไปถ่านกำลังร้อน ๆ จะได้มีควันหอม ๆ รมหมูด้วย
#สูตรที่ 2 หมูปิ้งรสชาววัง
เครื่องปรุง
1.หมูสันนอก 1 กิโลกรัม
2.น้ำมันหอย 1/2 ถ้วย
3.ซอสปรุงรส 1/2 ถ้วย
4.น้ำปลา 1/2 ถ้วย
5.น้ำตาลปี๊ป 300 g.
6.แป้งมัน 1/4 ถ้วย
7.น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
8.กระเทียม พริกไทย รากผักชี (ตามแต่ชอบค่ะ อันนี้แล้วแต่เลย ชอบมากก็ใส่มากหน่อย)
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อหมูให้เป็นชิ้นบางๆพอคำนะคะ อันนี้ยิ่งบางเท่าไหร่เครื่องปรุงก็เข้าเนื้อมาก เวลาเสียบไม้ย่างได้ใช้เวลาไม่นาน แล้วเครื่องปรุงก็เข้าเนื้อได้ดีกว่าชิ้นใหญ่ๆค่ะ
2. นำกระเทียม พริกไทย รากผักชี โขลกรวมกัน และ ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี
3. นำเนื้อหมูที่หั่นไว้แล้วคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง ใช้มือนวดเบาๆ แบบใจเย็นๆ ให้น้ำแห้งหมาดๆ (ใช้เวลาประมาณ 25 นาที)
4. นำหมูที่นวดเสร็จแล้ว แช่ตู้เย็นช่องฟรีซอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องปรุงเข้าในเนื้อและจะทำให้หมูนุ่มได้ที่
5. ครบกำหนดเวลา นำหมูมาเสียบไม้ ตามความยาว แล้วเรียงใส่กล่อง ให้สวยงาม แล้วนำเข้าช่องเย็นอีกที ก่อนนำมาปิ้งนะคะ
#สูตรที่ 3 หมูปิ้งรสดั้งเดิม
เครื่องปรุง เนื้อหมู 600 กรัม
กระเทียมกลีบใหญ่ 5-6 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/3 ถ้วย
วิธีทำ
1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร
2. ปลอกเปลือกกระเทียม ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปโขลกให้ละเอียดพร้อมพริกไทยเม็ด
3. นำกระเทียมพริกไทยที่โขลกได้ใส่ลงไปในเนื้อหมูที่หั่นไว้ เติมเครื่องปรุงต่างๆ และกะทิ 3 ช้อนโต๊ะลงไป คลุกเคล้าเครื่องปรุงต่างๆ ให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืน
4. เมื่อหมักได้ที่แล้ว นำเนื้อหมูที่ได้มาเสียบไม้ (ก่อนเสียบไม้ให้นำไม้ไปแช่น้ำไว้ก่อนประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยไม่ให้ไม้ไหม้)
5. เริ่มต้นทำการปิ้งโดยวางหมูที่เสียบไม้เรียบร้อยแล้วลงบนตะแกรง นำหัวกะทิที่เหลือมาทาให้ทั่วทุกไม้
#สูตรที่ 4 หมูปิ้งรสนมสดดั้งเดิม
เครื่องปรุง
1. เนื้อหมู 1 kg.
2. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
3. กระเทียมกลีบเล็กปลอกเปลือก ประมาณ 2 หัว
4. รากผักชี 5-6 ราก
5. เกลือป่น 1 ช้อนชา
6. นมข้นจืด 3 – 4 ช้อนโต๊ะ สำหรับหมัก 3 ช้อนโต๊ะ สำหรับย่าง
7. น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วย
8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ้วดำ 1/2 – 1 ช้อนโต๊ะ
10. แป้งมัน หรือแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. หันหมูเป็นชิ้นและบางตามความค้องการ
2. นำกระเทียม รากผักชี พริกไทย มาตำละเอียด
3. นำเครื่องปรุงทั้งหมดมาคลุกเคล้ากับหมูเพื่อหมัก ประมาณ 1 – 2 ชม. ใส่ตู้เย็น แล้วนำหมูมาเสียบไม้
4. ย่างหมูครับ ไฟพอประมาณ เวลาย่างก็เอานมข้นจืดทาหมูด้วยนะคะ ใช้กะทิสดแทนก็ได้ถ้าไม่ใช้นม
#สูตรที่ 5 หมูปิ้งรสนมสดรสกลมกล่อมเน้นเนื้อนุ่มเหนียว
เครื่องปรุง สำหรับหมักหมู 1 กิโลกรัม
พริกไทยป่น 1 ช้อนชาตำรวมกับกระเทียมกลีบเล็ก ไม่ต้องปอกเปลือก 1 หัวโต ๆ
ซีอิ้วดำ 1/2 – 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
นมข้นจืด 3 – 4 ช้อนโต๊ะ (อย่าใส่มากเกินไป เพราะหมูจะลื่นทำให้เสียบไม้ลำบาก)
น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วย และ น้ำตาลทรายนิดหน่อย พอให้ออกรสหวานปะแล่ม ๆ
วิธีทำ
แล่ เนื้อหมูตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำเครื่องหมักทั้งหมดลงผสม ขยำให้เข้ากันสักครู่แล้วนำไปเสียบไม้ เสร็จแล้วนำใส่ในกล่องมีปิดฝา เก็บในตู้เย็นในช่องแข็ง 2 – 3 วัน ก่อนนำมาปิ้งกับเตาถ่านให้สุก รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ
#สูตรที่ 6 หมูปิ้ง….ควันโขมงยามเช้า
- หมูเนื้อสะโพกมีมันแทรก หั่นชิ้นเล็กแบบไว้เสียบไม้ปิ้ง 2 ก.ก.
- รากผักชี พริกไทย กระเทียม โขลกละเอียด 5 ช.ต.
- น้ำกะทิสด 3 ถ้วย
- เกลือป่น 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา ครึ่งถ้วย
- น้ำตาลปี๊บ ครึ่งถ้วย ประมาณขีดกว่า ๆ
- ซอสปรุงรสภูเขาทอง 5 – 6 ช.ต.
- เหล้าจีน 2 – 3 ฝา (ไม่มี ไม่ต้องใส่ก็ได้นะ)
เอาส่วนผสมทั้งหมด ลงเคล้าให้เข้ากันในโถผสมหรือกาละมังก็ได้ค่ะ นวดหมูให้นุ่มและน้ำปรุงซึมซับดี ๆ นวดอย่างน้อย 15 นาที แล้วหมักทิ้งไว้ 2 – 3 ช.ม. ระหว่างนั้นแวะมากลับ มานวดซ้ำ มาคลุกหมูที่หมักไว้บ้าง เสร็จแล้วนำมาปิ้งบนเตาถ่าน

นานๆจะปิ้งค่ะแต่ก็อร่อยตลอด หมูที่ทำต้องเป็นหมูติดมันนะค่ะเวลากินกับข้าวเหนียวแล้วอร่อยดีค่ะ ส่วนประกอบที่ทำบางทีก็ครบบางทีก็ขาดค่ะกะๆเอาตามวัตถุดิบที่เรามี
อย่างเช่นวันนี้ก็เป็นหมูปิ้งหมักวิปปิ้งครีม อร่อยนะค่ะเคยลองรึเปล่าเอ่ยยยยย
วันนี้หมักนิดเดียวค่ะแตงใช้
#สูตรที่ 7 หมูปิ้งวิปครีม#By.sujitra lw.
‪#‎เครื่องปรุง‬
1. หมูติดมันหั่นเป็นชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่ 400-500
2. พริกดำ 1/2 ชล
3. น้ำเปล่า 1/3 ถต
4. ใบพลาสลี่แห้ง 1 ชช(ไม่มีสับใบผักชีใส่ค่ะ)
5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
6. วิปปิ้งครีม 1/3 ถต(ไม่มีใช้หัวกระทิข้นๆค่ะ)
7. น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ(ลดได้ค่ะ)
8. ซีอิ้วดำ 1/2 ช้อนชา
9. แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ(หรือแป้งข้าวโพด)
10.ชูรสปลายช้อน
11.น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
12. ซอสปรุงรส 1/2 ชช
13.ผงกระเทียม 1/2 ชช(หรือกระเทียมสดโขลกละเอียดเมล็ดใหญ่ 4-5กลีบ)
วิธีทำ
1. ล้างหมูให้สะอาดแล้วหั่นหมูเป็นชิ้นพักไว้ก่อน
2. นำเครื่องปรุงทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใช้มือนวดกับหมูเพื่อให้เครื่องปรุงทั้งหมดซึมเข้าใปเนื้อประมาณ 10 นาที(หรือว่าไม่นวดก็หมักทิ้งไว้1-2ชม)แล้วนำหมูมาเสียบไม้ ส่วนน้ำหมักอย่าทิ้งนะค่ะเอาไว้ทาตอนปิ้งค่ะ
3. เอาหมูที่เสียบแล้วไปย่างที่เตาใช้ไฟอ่อนๆ ปิ้งจนสีสวยทั้งสองด้าน ให้เอาน้ำหมักซอสที่เราหมักทาหมูแล้วย่างให้หอม พอสุกถ้าอยากให้หมูมันเงาให้เอาน้ำมันมาทานิดหน่อยค่ะ
ขอให้อร่อยกันทั่วๆทุกๆ คนค่ะ
FB.Thai foods and Bakery's
By.Sujitra Lw

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การทำหมูสวรรค์ เนื้อสวรรค์


เงินลงทุน :   ประมาณ 8,500 บาท (หม้ออบไฟฟ้า ราคาประมาณ 4,000 บาท เตาแก๊สพร้อมถัง ราคา 2,500 บาท       ฆ้อนทุบหมู ราคา 50 บาท)
รายได้ :   ประมาณ 300 บาทขึ้นไป/กิโลกรัม
วัสดุ/อุปกรณ์   :   หม้ออบไฟฟ้า ฆ้อนทุบหมู ตะแกรงตากหมู เตาแก๊สพร้อมถัง กะละมัง กระทะ ตาข่ายพลาสติก PVC ถุงพลาสติก
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์   :   ร้านค้าย่านสำเพ็ง คลองถม
วิธีทำ   :
ส่วนผสมหมูทุบ
- เนื้อหมูสะโพกหลัง 5 กิโลกรัม
- เกลือป่น 5 ช้อนชา
- น้ำปลา 5 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 5 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนชา
วิธีทำ   :
1. ล้างหมูให้สะอาด และแล่ออกตามความยาวให้หนาพอสมควร ผสมเกลือป่น พริกไทย และน้ำตาลปี๊บ คลุกให้เข้ากันทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน แล้วนำไปแผ่บนตะแกรงคลุมด้วยตาข่าย ผึ่งแดดให้แห้ง
2. นำเนื้อหมูที่ผึ่งแดดแห้งแล้วมาอบโดย ใช้ไฟอ่อน ๆ (ระวังอย่าให้แห้งหรือไหม้ เพราะเวลาทุบจะไม่ฟู) เมื่อสุกแล้วจึงนำมาทุบเบาะ ๆ ในขณะที่ยังร้อนอยู่เพื่อให้เนื้อหมูยุ่ยออกจากกัน
3. นำหมูทุบใส่ถุงพลาสติกปิดผนึกให้สนิท เพื่อนำไปจำหน่าย
ส่วนผสมหมูสวรรค์
- เนื้อหมูสะโพกหลัง 5 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 7 ขีด
- น้ำตาลปึก 3 ขีด
- น้ำปลา 2 ขีด
- เมล็ดผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
- ยี่หร่า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 กิโลกรัม
วิธีทำ   :
1. นำเนื้อหมูมาล้างให้สะอาด แล่เป็นชิ้นบาง ๆ แบ่งยี่หร่าและเมล็ดผักชีออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งนำไปโขลกให้ละเอียด อีกส่วนหนึ่งบุบให้พอแตกเล็กน้อย
2. นำน้ำตาลทราย น้ำตาลปึก น้ำปลา เมล็ดผักชีและยี่หร่ามาคลุกเคล้ากับเนื้อหมูให้ทั่ว แล้วใส่ภาชนะปิดให้มิดชิดหมักไว้ 5 – 12 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปวางแผ่บนตะแกรง คลุมด้วยตาข่าย ผึ่งแดดให้แห้ง
3. นำเนื้อหมูที่แห้งแล้วใส่ภาชนะผึ่งลมไว้สัก 1 คืน (เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหมูแข็งและเหนียวเมื่อนำไปทอด) จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมตามขนาดที่ต้องการ และตัดเอามันออก (เพราะเวลาทอดจะทำให้มีกลิ่นเหม็นหืน) แล้วจึงนำไปทอดกับน้ำมันด้วยไฟปานกลางจนสุก
4. นำหมูสวรรค์ใส่ถุงพลาสติก ปิดผนึกให้สนิท เพื่อนำไปจำหน่าย
วิธีทำเนื้อสวรรค์ :   เหมือนกับการทำหมูสวรรค์ทุกอย่าง เพียงแต่เปลี่ยนส่วนผสมจากเนื้อหมูเป็นเนื้อวัวเท่านั้น
ตลาด/แหล่งจำหน่าย :   ทำขายเองที่บ้าน ตลาดสด หรือทำส่งตามร้านค้าทั่วไป มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ต
สถานที่ฝึกอบรม :
1. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครใต้ โทร. 211-2052, 211-2056
2. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตโชติเวช โทร. 282-8531-2, 281-0545
3. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดทุกจังหวัด
ข้อแนะนำ :
1. เมื่อซื้อเนื้อหมูหรือเนื้อวัวแล้ว สามารถให้แม่ค้าแล่เป็นชิ้นบาง ๆ ขนาดตามต้องการได้ แม้จะคิดราคาเพิ่มขึ้น แต่จะสะดวกรวดเร็วกว่ามาแล่เอง และเนื้ออาจหนาบางไม่เท่ากัน
2. เนื้อหมูหรือเนื้อวัวต้องผึ่งแดดให้แห้งสนิทจริงๆ โดยสังเกตได้จากการที่จะร่อนออกจากตะแกรงโดยง่าย
3. หากมีเงินลงทุนมากอาจซื้อเครื่องปิดผนึกถุงพลาสติกราคาประมาณ 2,500 บาท มาใช้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและสวยงาม
ที่มา http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/22198/

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิธีทำนมข้นหวาน


อึดอัดกันมานานแล้วซีนะที่หาซื้อนมข้นหวานดีๆไม่ค่อยได้   ที่ขายกันอยู่ก็เป็นนมเหี่ยวๆ (นมที่มีขายอยู่ไม่มีไขมันเนย-ถึงมีก็น้อยมากแต่ผสมไขมันพืชแทนเพียบ จึงถือว่าเป็นนมขาดความสมบูรณ์จึงเรียกว่า-เหี่ยว)

ต่อจากนี้ไป คุณๆจะลืมนมข้นหวานตามห้างไปเลยเพราะว่า เมื่อไรที่คุณนึกอยากกินนมข้นหวานชั้นดีสุดยอดมีไขมันเนยแท้ๆเต็มอัตรา แค่เดินเข้าครัวเอาของ2-3อย่างมาผสมกันก็ได้กินแล้ว 


ก่อนจะทำคุณต้องมีของต่อไปนี้พร้อม
1- นมผง ชนิดไหนก็ได้ทั้งนั้น
2- น้ำตาลทราย
3- เนย (ถ้าเนยสดคุณจะได้นมข้นหวานไขมันเนยแท้ ถ้าเนยมาการีนก็ได้น้ำมันพืช)


วิธีการผสม ไม่มีอะไรพิสดารเลย  จัดการตวงส่วนผสมต่างๆไว้ดังนี้ ...

-นมผง  ¾ ถ้วยตวง
-น้ำตาลทรายละเอียด ¾ ถ้วยตวง

ผสมนมผงกับน้ำตาลให้เข้ากันพักรอไว้

-เนยสด  3 - 4 ช้อนโต๊ะ
-น้ำร้อนจัด ½ ถ้วยตวง

เติมเนยสดลงผสมในน้ำร้อน คนจนละลายหมด  แล้วค่อยๆเติมส่วนผสมนมผงกับน้ำตาลลงไปพร้อมกับคนด้วยตะกร้อมือตลอด อย่าให้มีจับตัวเป็นก้อน  กวนไปเทไปจนหมดและส่วนผสมเนียนหน้าตาเหมือนนมข้นหวาน  
ถ้าจะให้ดีใส่ลงในเครื่องปั่นผสมอาหารจะทุ่นแรงและเนียนกว่า

ส่วนผสมตามข้างบนนี้จะได้นมข้นหวานประมาณเท่ากับ 1 กระป๋องนมข้นที่ขายกันทั่วไป  แต่คุณภาพของที่เราทำเองย่อมเหนือชั้นกว่า เยี่ยม

ต่อไปหวังว่าคงไม่มีเสียงบ่นครวญครางว่า  ...หาซื้อนมข้นหวานดีๆไม่ได้..อีกนะ


ที่มา http://pantip.com/topic/30063357
http://tipgarden.blogspot.com/2011/11/make-your-own-sweetened-condensed-milk.html

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

น้ำนมธัญพืช



น้ำนมธัญพืช
ส่วนผสม
ถั่วเหลือง 1 ส่วน (ฤทธิ์เย็น)
ถั่วเขียว 1 ส่วน
ถั่วโช่เล่ 1 ส่วน
ถั่วลันเตา 1 ส่วน
ลูกเดือย 1 ส่วน
ใบเตย 3 ใบ
ถั่วลิสง 1/2 ส่วน (ฤทธิ์ร้อน)
ข้าวเจ้า 1 ส่วน
เกลือ น้ำตาล
วิธีทำ
1. นำถั่วไปแช่รวมกัน 6-8 ช.ม
2. นำข้าวสารไปแช่น้ำก่อนทำสัก 2-3 ช.ม
3. นำถั่วและข้าวสารที่แช่มาล้างแล้วเอามารวมกัน
4. นำไปปั่นด้วยน้ำสะอาดแล้วกรองด้วยผ้าขาว
5. นำกากที่ได้ไปปั่นซ้ำอีกรอบแล้วกรอง
6. เอาน้ำที่ได้ไปต้มตั้งไฟกลางใส่ใบเตย คนไปเรื่อยๆจนเดือด ปิดไฟ
7. ตักใส่แก้วเสริฟ (ปรุงรสตามชอบ)
หมายเหตุ
1.ถั่วที่นำมาใช้ถ้าหลายอย่างก็ทำสลับสับเปลี่ยนหรือจะมีแค่ 2-3 อย่างก็ได้
2.ข้าวสารจะเป็นข้าวซ้อมมือ(ฤทธิ์เย็น) ข้าวกล้อง(ฤทธิ์ร้อน) หรือข้าวกล้องงอก(ฤทธิ์ร้อน) 3.ถ้ามีภาวะเย็นก็ให้เพิ่มถั่วฤทธิ์ร้อน เช่น ถั่วลิสง ถั่วดำ ถั่วแดง
4.หรือถ้าต้องการสีสันเพิ่มเติมก็มี ใบเตย เปลือกแก้วมังกร อัญชัน ซึ่งเป็นสมุนไพร(ฤทธิ์เย็น)
5.ส่วนกากที่เหลือนำมาปรุงอาหารได้ เช่นใส่ในแกงอ่อม ผัดผัก จะได้น้ำแกงข้นหวานอร่อยยิ่งขึ้น หรือนำมาขัดตัว และสุดท้ายทำปุ๋ย
6.การเก็บใส่ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 อาทิตย์
7.ท่านจะได้รับโปรตีนและคารโบไฮเดรต
เหมาะกับทุกเพศทุกวัยแม้แต่เด็กทารก
อาจารย์หมอเขียวบอกว่า "น้ำนมธัญพืชเป็นนมที่ดีที่สุดในโลก"
8.แต่ถ้าให้ทารกดื่มไม่ต้องปรุงรสด้วยเกลือหรือน้ำตาลเพราะน้ำนมธัญพืชมีรสกลมกล่อมอยู่แล้วในตัว
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณแหม่ม สมุทรปราการ
จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แชมพูโบราณ

มีคนถามมาว่ามีสูตรยาสระผมที่ไม่มีสารเคมีได้หรือไม่ เอาสูตรป้องกันรังแคผมดกดำครูชาตรีเลยสืบค้นมาให้ จัดเต็มๆเลยครับ 2สูตร
สูตรท่ี1.แชมพูมะกรูด+อัญชัญ
แชมพูโบราณสมัยก่อนๆๆนั้นจะไม่มีสารเคมีอะไรเลยครับ แต่จะเป็นพืชพรรณธรรมชาติรอบๆๆตัวเรากันซะส่วนมากครับ เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้น จะมีสูตรและส่วนผสมที่แตกต่างกันไปตามพืชพรรท้องถิ่นนั้นๆฃๆครับ
วันนี้จะมาแนะนำภูมิปัญญาการทำแชมพูทางภาคใต้ให้ทดลองใช้กันดูนะครับ แชมพูมะกรูดสามารถทำเองได้ง่ายครับจะทำให้ผมนิ่มสลวยหวง่าย แก้ปัญหาผมร่วง หนัังศีรษะชุ่มชืน หายจากรังแคหายเด็ดขาด ถ้าใช้ตั้งแต่รุ่นๆๆก็จะทำให้ผมดกดำไม่เป็นหงอกได้ง่ายครับ สูตรนี้คุณย่าท่านบอกให้ทำกันไว้ใช้เองกันมานานแล้วครับ บอกว่าเป็นความรู้ที่บอกต่อๆๆกันมายาวนานมากแล้ว ตั้งแต่รุ่นคุณย่าทวดเลยครับ
วิธีทำแชมพูมะกรูดโบราณนี้ ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยครับทำง่ายๆ ดังนี้
อุปกรณ์
1. ผลมะกรูดสด 21 ลูก
2. มะนาวแป้นสดผิวเขียวมันสะอาด 6 ลูก
3. ดอกอัญชัญเด็ดขั่วออก 96 ดอก
4. น้ำสะอาดประมาณ 4 ลิตร
5. น้ำตาลอ้อยสีแดง หรือ น้ำตาลสีรำ ประมาณครึ่งกิโลกรัม
6. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
7. ขวดน้ำสิงห์ ขนาด 6 ลิตร ล้างให้สะอาด
8. ผ้าขาวบาง หรือ กระชอนตาละเอียด
วิธีทำ
1. ล้างมะกรูดให้สะอาดแล้วผึ่งไว้ให้แห้ง
2. ฝานมะกรูดเป็นชิ้นเล็ก ลูกหนึ่งให้ได้ประมาณเจ็ดชิ้น
3. มะนาวก็เช่นกัน รวมทั้งแกนกลางก็ใช้ได้เช่นกันครับ
4. เติมลงในขวดทั้งหมด
5. แล้วตามด้วย น้ำตาลทรายกะประมาณ ครึ่งกิโล
6. แต่สูตรเดิมจะเป็นกะลามาพร้าว ที่เค้าทำไว้ตักข้าวสารกันในสมัยก่อนครับ แล้วปิดฝาเขย่าให้น้ำตาลเคล้ากันให้ทั่ว
7. ทิ้งไว้หนึ่งคืน
8. ตอนเช้าอีกวันก็มาเข่าอีกรอบ
9. แล้วเติมน้ำสะอาด (ไม่ใช้น้ำประปานะครับ ควรเป็นน้ำดื่มสะอาด) จนเหลือพื้นทีประมาณต่ำกว่าตอขวดสามหรือว่าสี่นิ้วครับ
10. ปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ จนได้ 20 วัน
11. แต่…ระหว่างนั้น ให้มาเขย่าให้ทั่วกันทุกๆ 3 วัน และ คลายเกลียวให้แก๊สออกบ้าง แล้วปิดให้สนิทดังเดิม
12. ครบ 20 วัน …………. ให้เติมอัญชันสดที่เด็ดขั้วแล้ว พร้อมเกลือ ตามลงไป
13. แล้วปิดฝา เขย่าให้ ดอกอัญชันจมน้ำและเกลือละลายจนหมดครับ
14. ทิ้งไว้จนครบ 30 วัน
15. ช่วงเวลานี้ควร เขย่าทุกวัน และ คลายฝาให้แก๊สออกด้วยนะครับแล้วปิดให้สนิทดังเดิมครับ
16. ครบ 30 วัน…… ให้กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือ กระช้อนตาละเอียด
17. ให้กรองออกมา เพียงพอสำหรับใช้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็พอครับ
18. ส่วนที่เหลือก็ไว้ในขวดต่อไปได้ครับ แต่…..ควรมาเขย่า และคลายฝาให้แก๊สออกบ้างครับ
19. น้ำแชมพูที่ได้ ให้เทใส่ขวดแก้วที่สะอาดและมีฝาปิดสนิทจะดีมากครับ

การนำมาใช้
1. ใช้แทนแชมพูสระผมได้เลยครีบ แต่….จะไม่มีฟองเวลาใช้นะครับ
2. หากว่าใครที่ต้องใช้สเปรย์จัดแต่งผม น้ำมัน หรือ ว่ามูสเจล ก็แนะนำว่าควรแบ่งแชมพูโบราณออกมาส่วนหนึ่งครับ แล้วเติมแชมพูเด็กลงไปในอัตรา แชมพูโบราณสามส่วน ต่อ แชมพูเด็กหนึ่งส่วน จะได้ทำความสะอาดสารเคมีพวกนี้ออกไม่ตกค้างบนผมเราครับ
3. โดยส่วนตัวก็จะไม่ได้ผสมครับ แต่ว่าจะสระแล้วหมักไว้พักหนึ่งก่อนแล้วอาบน้ำฟอกตัวไปให้เสร็จ แล้วจึงมาล้างแชมพูออกครับจะดีมากกว่าครับ
4. ประมาณหนึ่งอาทิตย์จะรู้สึกว่าผมนิ่ม ไม่คันหนังศีรษะ รังแคหายเด็ดขาดผมไม่ร่วงด้วยนะครับ พร้อมผมที่ขึ้นใหม่จะมีสุขภาพดี หากว่าใช้มานานสม่ำเสมอแต่หนุ่มสาว ผมหงอกจะไม่ค่อยมีด้วยนะครับ อย่างไรเพื่อนๆๆลองนำไปทำใช้กันดูนะครับ เพราะไม่มีสารเคมีเจือปนเลย
การเก็บรักษา
ก็ไว้ในห้องปรกติเลยครับ ไม่ต้องยุ่งยากแช่เย็นเลยครับ ยิ่งเก็บนานสองสามเดือนยิ่งดีครับ เพราะว่าสารสำคัญจะออกมาเยอะขึ้นครับ
ที่มา FB: Aukrit Phetjan
2 แชมพูมะกรูกสูตรธรรมชาติไม่มีฟอง
ส่วนผสมหาง่ายๆ ใช้เพียงมะกรูด 1 กิโลกรัม กับน้ำสะอาด 1 ลิตร
วิธีการทำ
1. นำผลมะกรูููดมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วผ่าซีก เอาเมล็ดออก หั่นทั้งเปลือกให้ เป็นชิ้น
2. นำไปต้มกับน้ำในหม้อ ปิดฝา ต้มนาน 15 นาที
3. ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำทั้งน้ำและเนื้อ มะกรูดไปปั่นในเครื่องปั่นจนละเอียด
4. นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำมะกรูดที่ข้นเหนียวเป็นครีม
5. นำน้ำมะกรูดที่ได้ไปนึ่ง หรือ ตมไฟอ่อน พอเดือดปุดๆ ยกลงทิ้งไว้ ให้เย็น นำไปบรรจุขวดที่มีฝาปิด เก็บได้นาน 3-6 เดือน
วิธีใช้
ใช้สระผมแทนแชมพูทั่วไป เวลาสระผมจะไม่มีฟอง แต่จะทำให้ผมสะอาด นุ่มสลวย ผมลื่นหวีง่าย ผมจะดกดำ เงางาม
เมื่อนำไปลองใช้ดูแล้วเห็นผลเป็นอย่างไร ถ้าจะกรุณาเขียนมาเล่าสู่กันฟังก็จะเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นๆต่อไปครับ
ที่มา : คู่มือพึ่งตนเอง 37 หลักสูตรเพื่อสุขภาพและความงาม
และวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา