แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมนูสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมนูสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ยาแก้ไอมะกรูดทำง่ายๆใช้ได้ผล
หามะกรูดสดที่แก่จัดแต่ว่าผิวเขียวสดไม่เหลืองนะครับ เพราะว่าจะมีน้ำเยอะดีครับ มาล้างและหันเป็นชิ้นเล็กๆๆ เอาเมล็ดออกด้วยนะครับ แล้วเติมในขวดแก้วให้เหลือเพื้นที่ด้านบนซักหน่อยนะครับ เติมน้ำตาลทรายแดงกลบไว้ด้านบนในอัตราส่วน มะกรูด 3 ส่วน ต่อ น้ำตาลทรายแดง 1 ส่วนครับ ไม่ต้องเติมน้ำนะครับ เพราะว่าน้ำตาลจะค่อยๆๆดึงวิตามินและสารสำัึัคัญอันเป็นประโยชน์ ทั้งหลายออกมาจากมะกรูดเองครับ แล้วปิดผ่าขวดโหลเก็บไว้หนึ่งเดือนนะครับ เมื่อครบหนึ่งเดือนเราจะได้น้ำหมักจากมะกรูดเป็นยาจิบแก้ไอคุณภาพดีมาก ปลอดสารอันตรายใดๆๆเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายเดือนเลยครับ ที่นี้เราก็ไม่ต้องซื้อยาที่มีสารต่างๆๆซึ่งอาจมีผลตกค้างต่อตัวเรามาใช้กันแล้วครับ
ส่วนเนื้อมะกรูดที่เหลือ เติมน้ำตาลทรายหมักต่อในอัตราส่วนเท่าเดิมครับ หมักไว้อีกหนึ่งเดือนแล้วก็จะได้น้ำหมักมะกรูด อีกเป็นชุดที่สองครับ
แล้วก็เทน้ำมะกรูดนี้ออกมาใส่ขวดสะอาดเก็บไว้ได้เหมือนเดิมครับ ส่วนกากที่เหลือก็ให้เติมน้ำตาลอีกรอบในอัตราเดิมหมักต่ออีกหนึ่งเดือนก็จะได้น้ำมะกรูดอีกเหมือนเช่นเดิมครับ สามารถหมักได้สามรอบนะครับ
ที่นี้มาถึงรอบสุดท้ายที่เราได้น้ำ มะกรูดออกแล้ว ให้เติมน้ำตาลทรายแดง กับน้ำผึ้งในอัตราส่วน น้ำตาลสองส่วน น้ำผึ้งหนึ่งส่วนครับ แล้วทิ้งไว้หนึ่งอาทิตย์ แล้วนำ ออกมาใส่ถุงพลาสติกสะอาดหนาๆๆหน่อยแล้วกลิ้งบดทับด้วยขวดแก้วกลมๆๆจนเนื้อเนียบละเอียดนะครับ แล้วตักเก็บใส่ขวดโหลแก้วเล็กๆๆไว้ ครับ สามารถน้ำมาชงเป็นชาน้ำผึ้งมะกรูด ซึ่งหอมกรุ่นมากประโยชน์ได้อีกนะ
ขอบคุณข้อมูล Facebook สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ
และที่มา https://www.pageqq.com/en/content/view/page/cntth1/0-3379995.html
วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558
กินปุ๊บ วิ่งเข้าห้องน้ำปั๊บ 4 สูตรน้ำดีท็อกซ์ล้างลําไส้ ทำติดกัน 3 วัน น้ำหนักลด พุงยุบแน่นอน
เดี๋ยวนี้การดีท็อกซ์ลำไส้ไม่จำป็นต้องไปถึงโรงพยาบาลแล้วคะ เพราะเราก็สามารถดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยด้วยตัวเองได้ที่บ้านเลย ด้วยสูตรเครื่องดื่มดีท็อกล้างลำไส้ที่เราก็ทำเองได้ง่าย ๆ แถมประหยัดตังค์กว่าไปทำที่โรงพยาบาลเป็นไหน ๆ ลองทำติดต่อกัน 3 วัน ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คุณถ่ายคล่อง พุงยุบ เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมั่นใจเพราะพุงยุบใส่ชุดอะไรก็สวย และที่สำคัญผิวพรรณจะสดใสขึ้นด้วย
สูตรที่ 1 โยเกิร์ต + นมสด + น้ำผึ้ง + มะนาว
ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย, นมสดรสจืด 100% 1 กล่อง, น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และน้ำมะนาวครึ่งลูก คนให้เข้ากับแล้วดื่มทันที ห้ามวางแช่ทิ้งไว้ ถ้าดื่มก่อน 7 โมงเช้าจะดีมาก สูตรนี้ช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงาน เมื่อเราถ่ายคล่อง พุงก็ยุบตามไปด้วย ใส่ชุดไหนก็มันใจละวันนี้
ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย, นมสดรสจืด 100% 1 กล่อง, น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และน้ำมะนาวครึ่งลูก คนให้เข้ากับแล้วดื่มทันที ห้ามวางแช่ทิ้งไว้ ถ้าดื่มก่อน 7 โมงเช้าจะดีมาก สูตรนี้ช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงาน เมื่อเราถ่ายคล่อง พุงก็ยุบตามไปด้วย ใส่ชุดไหนก็มันใจละวันนี้
สูตรที่ 2 นมสด + กล้วยน้ำหว้า
สูตรนี้ใช้นมสด 2 กล่อง (รวมปริมาณประมาณ 500 มิลลิลิตร) กินพร้อมกับกล้วยน้ำหว้า 2 ผล หรือจะเอาไปปั่นรวมกันแล้วดื่มก็ได้ ดื่มตอนท้องว่างหลังตื่น ดื่มก่อน 6 โมงเช้าได้ยิ่งดี เพราะเราจะได้ถ่ายก่อน 7 โมงเช้า สูตรนี้ก็จะไปกระตุ้นให้ถ่ายออกมา แนะนำให้ทำติดต่อกัน 3 วัน จะช่วยให้เราขับถ่ายเป็นเวลาด้วย
สูตรนี้ใช้นมสด 2 กล่อง (รวมปริมาณประมาณ 500 มิลลิลิตร) กินพร้อมกับกล้วยน้ำหว้า 2 ผล หรือจะเอาไปปั่นรวมกันแล้วดื่มก็ได้ ดื่มตอนท้องว่างหลังตื่น ดื่มก่อน 6 โมงเช้าได้ยิ่งดี เพราะเราจะได้ถ่ายก่อน 7 โมงเช้า สูตรนี้ก็จะไปกระตุ้นให้ถ่ายออกมา แนะนำให้ทำติดต่อกัน 3 วัน จะช่วยให้เราขับถ่ายเป็นเวลาด้วย
สูตรที่ 3 น้ำเปล่า + เม็ดแมงลัก
สูตรนี้ง่าย ๆ เลย แค่เตรียมน้ำร้อน 1 แก้ว ใส่เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา รอ 30 นาทีให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มทีก่อนแล้วค่อยดื่ม สูตรนี้แนะนำให้ดื่มก่อนนอน เม็ดแมงลักจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ตื่นเช้ามาถ่ายคล่อง สบายพุง เบาตัวไปอีก
สูตรนี้ง่าย ๆ เลย แค่เตรียมน้ำร้อน 1 แก้ว ใส่เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา รอ 30 นาทีให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มทีก่อนแล้วค่อยดื่ม สูตรนี้แนะนำให้ดื่มก่อนนอน เม็ดแมงลักจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ตื่นเช้ามาถ่ายคล่อง สบายพุง เบาตัวไปอีก
สูตรที่ 4 น้ำเปล่า 1 ลิตร + มะนาว 2 ลูก + เกลือ 2 ช้อนชา
ใครจะทำสูตรนี้แนะนำว่าให้ทำวันหยุด เพราะทำสูตรนี้แล้วคุณจะถ่ายแบบไม่เป็นเวลาเลยทีเดียว เตรียมน้ำเปล่า 1 ลิตร บีบน้ำมะนาว 2 ลูก แล้วตามด้วยเกลือ 2 ช้อนชา และเขย่าให้เข้ากัน พยายามดื่มให้หมดภายใน 10-20 นาที พอดื่มหมดขวดแล้วสักพักคุณจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำทันที สูตรนี้จะช่วยให้คุณถ่ายแบบหมดลำไส้จริง ๆ เหมือนช่วยผลักของเก่าที่มีอยู่ออกมาจนหมด สบายพุงแน่นอน แต่สูตรนี้แนะนำให้ทำอาทิตย์ละครั้งพอนะคะ ทำทุกวันไม่ไหวจริง ๆ
ใครจะทำสูตรนี้แนะนำว่าให้ทำวันหยุด เพราะทำสูตรนี้แล้วคุณจะถ่ายแบบไม่เป็นเวลาเลยทีเดียว เตรียมน้ำเปล่า 1 ลิตร บีบน้ำมะนาว 2 ลูก แล้วตามด้วยเกลือ 2 ช้อนชา และเขย่าให้เข้ากัน พยายามดื่มให้หมดภายใน 10-20 นาที พอดื่มหมดขวดแล้วสักพักคุณจะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำทันที สูตรนี้จะช่วยให้คุณถ่ายแบบหมดลำไส้จริง ๆ เหมือนช่วยผลักของเก่าที่มีอยู่ออกมาจนหมด สบายพุงแน่นอน แต่สูตรนี้แนะนำให้ทำอาทิตย์ละครั้งพอนะคะ ทำทุกวันไม่ไหวจริง ๆ
ทั้ง 4 สูตรที่เอามาฝากนี้เลือกทำกันตามความชอบเลย ถ้าอยากให้เห็นผลแบบจริง ๆ สิ่งสำคัญเลยคือต้องมีวินัย ทำให้ครบต่อกัน 3 วัน น้ำหนักคุณจะลดลง ถ่ายคล่อง สบายพุงแน่นอน
ที่มา : cosmenet
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558
รวมสูตรหมักไก่
รวบรวมสูตรหมักไก่ by Eat clean baby ค่า อีโมติคอน smile
ได้ไอเดียหมักเพิ่มเยอะเลย จะได้ไม่เบื่อเมนูง่ายๆน้า พราวเงก็จะลองทำ ลองหาสูตรมาเรื่อยค่ะ
***สูตรในเม้นแบบละเอียด แอดบอกเลย คลังแสง โปรดมาดูกัน!!**
จากที่แชร์อาหารต่างๆ ไม่ว่าจะหมู ไก่ ทั้งหมักเอง ชาวเพจส่งมา ก็มีสูตรมากมาย แต่..บางทีคนที่พึ่งเริ่มทำ อาจจะงง หรือหาไม่เจอ หรือสงสัยจะหมักยังไงดีน้อ เริ่มยังไงดีน้อ มาม้ะ
พราวจัดการรวมคลังแสงหมักเน ื้อสัตว์ไว้แล้วค่ะ จริงๆเมื่อก่อนแอดอิ่มก็รวบ ไว้แล้ว แต่มันนานแล้ว เลยขอปักอีกอัน ทำรูปไว้จะได้หาง่ายๆ ทดลองมาเย้อ เจ็บมาเย้อออ ได้ไอเดียจากชาวเพจก็เยอะ ไม่เฉพาะไก่นะคะ หมักหมูก็ได้เช่นกัน อีโมติคอน smile หมูเลือกส่วนลีนๆหน่อยก็ทาน ได้ค่ะ ไม่จำเป็นว่าทานคลีนจะทานหม ูไม่ได้นะคะ
เคล็ดลับ - สำหรับความนุ่ม by แอดอิ่ม
เหยาะ baking soda เอาไว้ทำคุ้กกี้ เบเกอรี่ไปเบาๆ ถ้าใช้เบกกิ้งโซดาหมักใส่ทั บเปอร์แวร์เก็บได้หลายวันอย ู่ (เบกกิ้งโซดานะเฟร้ย ไม่ใช่โซดาไฟเทใส่ทะลวงท่อต ัน T o T อย่าหยิบผิดนะแก แด่วได้ลงข่าวหน้าหนึ่งไทยร ัฐตอนเช้า แบ่บกินไก่หมักตายยกครัว ไรงี้)
หรือจะใช้น้ำสับประรดสดแทนเ บกกิ้งโซดาก็ได้ (แต่ห้ามหมักนาน เคยหมักข้ามวัน ไก่เละเป็นขรี้เลย เอาตะเกียบคีบร่วงตุ๊บ อนุภาคเอมไซม์สับประรดช่างโ หดยิ่ง เค้าถึงว่าอย่ากินสับปะรดตอ นท้องว่าง!)
อันนี้เป็นสูตร ไอเดียคร่าวๆ ก่อนนะคะ
- ปริมาณกะๆเอานะคะ ไม่เน้นเค็ม เน้นเครื่องเทศจะดีกว่า ดูปริมาณไก่ของเรา ค่อยๆใส่ ส่วนในเม้นแอดจะเพิ่มแบบมีป ริมาณให้อีกนะคะ -
เริ่มจากสูตรคุณ Wasuta Promla ค่ะ
1. กระเทียม พริกไทย รากผักชี ตำ/ปั่นรวมกัน เติมซอสน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว (ตามแต่ความเคร่ง 55) หมักข้ามคืน มันจะนุ่มเองค่ะ อันนี้คือเบสิก ทำบ่อย ง่ายดี
2. สูตรตามข้อ1 + น้ำมันงา + งาคั่ว ได้ออกแนวจีนๆ
3. สูตรตามข้อ 1 + น้ำผึ้งนิดนึง + นมสด ได้ออกมาแนวหมูปิ้งนมสด
4. สูตรตามข้อ 1 + ผงกะหรี่ + น้ำผึ้ง + นมสด ได้ไก่สะเต๊ะหอมๆ
5. สูตรตามข้อ 1 + ตะไคร้+ข่า+ใบมะกรูด ปั่นรวมกัน ได้ไก่ย่างตะไคร้ หอมสมุนไพร
6. สูตรตามข้อ 1 + โยเกิร์ต + น้ำผึ้ง+ น้ำมันมะกอกนิดนึง + โรสแมรี่ (ชอบออริกาโน่ก็ใช้ได้ค่ะ) ได้ไก่ย่างออกแนวฝรั่งๆ หน่อย
7. สูตรตามข้อ 1 + น้ำมันมะกอก + มัสตาร์ด+น้ำผึ้ง จะได้ไก่ย่างเผ็ดๆ หอมๆ
8. หมักซอสบาร์บีคิวทำเอง ผสมนมสดนิดนึง ได้ไก่ย่างบาร์บีคิวค่ะ
9.หมักซอสเทริยากิทำเอง พอย่างเสร็จเอาซอสที่เหลือต ั้งไฟ ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำ เทลงไปคนๆ ได้ข้าวหน้าไก่ย่างซอสเทริด ้วยค่ะ
อันนี้รวบรวมมาจากคอมเม้น ต่างๆ จากสูตรต่างๆที่แชร์ไป ทดลองเองบ้าง ขออนุญาตินะคะ
- หมักมิโสะ
- หมักแบบเบสิคๆ กระเทียม พริกไทย น้ำมันหอย ซี้อิ๊ว และนมสดไขมันต่ำ
- โยเกิร์ต ผงกระเทียม ผงอบเชย เกลือ พริกไทย
- หมักกะนม แล้วใส่ผงกะหรี่ กระเทียม เกลือนิดหน่อยค่า นุ่มและหอมมั่กๆ
- หมักโยเกริตกับพริกไทยดำ
- ไก่หมักนมสด+โรสแมรี่สดสับล ะเอียด+กระเทียมสับ+เกลือ+น ำมันหอยนิดๆ แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม.แล้วเอามาย่าง หอมมมทั้งบ้านค่ะ ^^
- ชอบหมักซอสเพรสโต้(ปั่นเอง)
- หมักโยเกิร์ต+ผงกะหรี่
- หมักเกลือ พริกไทย ตะไคร้
- ปาริก้า น้ำผึ้ง เกลือ
- ซีอิ้วขาว+กระเทียมสับ+ขิงส ับ+น้ำมันงา1เหยาะ
- ใช้เกลือ LS + ใบไทม์ + โรสแมรี่
- นม กระเทียม พริกไทย เกลือ ผงขมิ้น
- รากผักชี กระเทียม เม็ดผักชี พริกไทยดำ น้ำตาลทรายแดง น้ำผึ้ง
- โยเกิร์ต+กระเทียมสับ+ออริก าโน+เกลือ+พริกไทย
เคล็ดลับจากคุณ Zom Za
หมักกับเบกกิ้งโซดา สิบนาทีค่ะ ล้างออกแล้วปรุงรสตามปกติ ได้ทั้งหมู ไก่ หมูจะนุ่มเด้งเหมือนร้านดัง ๆ
คำถาม ?
ย่างไก่ยังไงไม่ให้แห้งอ่ะค ่ะ
คำตอบ - เราใช้ไฟอ่อน ย่างในกระทะเทฟลอน ไม่น้ำมันค่ะ พอเอาไก่ลงแล้ว หาฝามาปิดกระทะไว้ ให้ไอน้ำอบอยู่ในนั้น ช่วยได้ค่ะ ^^
พยายามอย่าย่างนานเกินไป เราไม่ได้จับเวลานะคะ พอด้านนึงเปลี่ยนสี ก็กลับ ปิดฟาไว้อีกแป๊บก็เอาขึ้นได ้แล้วค่ะ (Wasuta Promla)
จากแอดอิ่ม อันเดิม เพิ่มเติมเดี๋ยวพราวบอก 5555
ปล 1. ใครที่กำลังนึกในใจ หมักกะทิไม่อ้วนเหรอฟระ - - ตราบใดยังไม่ยกกะทิดื่มแทนน มงี้ อย่าได้วอรี่เกินเหตุ แค่หมักให้ผิวของเนื้อมันมี รสชาตินุ่มนวลเฉยๆ
ปล. 2. ซอสหอยนางรมเลือกยี่ห้อที่ไ ม่ใส่ชูรส ถ้ามียี่ห้อที่ไม่ใส่วัตถุก ันเสียจะเริ่ดมาก ใครเจออะไรดีๆ โปรดเอามาแบ่งปันบอกกล่าวด้ วยน้า อย่าอมภูมิเก็บไว้ในใจคนเดี ยว
ปล. 3 ใครสงสัยว่าสูตรหมักพวกนี้ แน่ใจรึว่าจะเป็นอาหารคลีน? - - ถ้าทนกินจืดแบบไม่มีรสชาติไ ด้ตลอดชีวิตก็ดีไม่ลำบากใจ ก็ทำต่อไป แต่ส่วนใหญ่จะตบะแตกภายในไม ่กี่วันเพราะคนไทยติดกินรสแ ซ่บตั้งแต่เกิดมาอุแว้แรก การเดินสายกลางพอดีๆ กินแบบพอมีรสชาติบ้างแต่ไม่ ให้ติดรสจัดจนเกินเหตุ ทำให้เรากินคลีนได้อย่างไม่ ต้องเครียดเกินและรู้สึกว่า ตักอาหารใส่ปากทีโลกฉันเป็น สีเทา
ปล. 3 ปลานี่เหมาะเอามาหมักสมุนไพ รโลดเลย หยิบกระต่ายขูดกะทินั่งแหกข าเป็นแม่เบี้ยไป ตำคะไคร้สดผสมเบียร์เกลือซี อิ้วไร มั่วๆไปเผื่อออกมาฟลุ๊คอร่อ ย
Vichai Thiramano ผมหมักหมู... ทุบหมูนิดหน่อย โรยเกลือนิดๆๆ พาสรี่ย์ ราดนมข้นจืดลงไปครับ
บางครั้งก้ใช้เป็น ชะโลมน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วหมู แล้วเอาหอมมาหมักโรยพริกไทยนิดหน่อย ถึงเวลาเอาหมูไปนาบกระทะ สุกเอาหอมที่หมักลงไปผัดๆๆต่อ แล้วเอามาเสริฟ์คู่กันครับ
สูตรนี้ต่อ อกไก่ 1 ชิ้น ประมาณ 6oz. (170-180g)
- น้ำผึ้ง 5กรัม
- เกลือทะเล 1 ชช. (ใช้เกลือธรรมดาได้)
- ผงปาปริก้า ตามชอบ
- all spice salt-free ตามชอบ
- ดีจอง มัสตาร์ด 5กรัม (ใช้มัสตาร์ธรรมดาได้)
- พริกไทยดำป่น ตามชอบ
- น้ำมันมะกอก 5กรัม (คาโนล่าก็ได้)
- เบคกิ้ง โซดา 1 ชช.
ส่วนเกรวี่ น้ำราดไก่
- เนย 1/2 ชต. (เบลใช้ I cant believe its not a butter ; light)
- lemon 1 ซีกเล็ก
1.คลุกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน พักไว้ 1 ชม. อย่างต่ำ (ให้เครื่องปรุงทำความรู้จักกันนิด เพื่อความอร่อย 55555)
2.ตั้งกะทะย่าง หรือ กะทะธรรมดาก็ได้ ถ้าแบบย่าง ไก่เราจะสวย ดูดี อิอิ
3.ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอก หรือ คาโนล่า หรือ เอาแปลงทาๆ
4.นำไก่ที่หมักแล้ว ค่อยๆวางลงไป เราต้องการจี่ไก่ให้สีสวยเท่านั้นนะคะ ไม่ย่างจนสุก ทำแบบนี้ 2 ฝั่ง ให้สีสวยตามต้องการ ก็พักขึ้นมา ใส่ถาดฟอย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะใช้ (ใช้ถาดฟอย ง่ายดี)
5.เอาอลูมิเนียมฟอย ปิดถาดที่ใส่ไก่ให้มิด นำเข้าเตาอบที่อุ่นเตาไว้แล้ว 20นาที อุณหภูมิ 220c อบไก่เป็นเวลา 30 นาที
6.พักให้เย็นสัก 5 นาที เปิดฟิยออก เอาไก่ออกมาใส่จาน เราจัมาทำเกรวี่ต่อคะ
7.นำถาดน้ำที่เหลือจากอบไก่ วางบนเตาเลย (นี่คือเหตุผลที่เบลใช้ถาดฟอย) เปิดไฟปานกลาง-แรง เคี่ยวน้ำซอสไปเรื่อยๆ ซะ 2-3นาที แล้วใส่เนยลงไป คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่ออีกจนเริ่มข้น
8.บีบ น้ำเลม่อนลงไป 1 ซีกเล็ก คนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จพร้อมราดบนอกไก่ของเราค่า
*เปลี่ยนจาก lemon เป็น น้ำส้มสายชูบัลซามิคก็อร่อยอีกแบบนะจ้ะ!

จากคุณ Orn Ornsiri
อกไก่มักซอสบัลซามิกและมัสตาร์ดสัดส่วนต่ออกไก่ ประมาณครึ่งชิ้น
1. บัลซามิก 3 ช้อนโต๊ะ
2. มัสตาร์ด 3 ช้อนโต๊ะ
3. เกลือ และพริกไทดำเล็กน้อย
มักไว้15-30 นาที แล้วย่างได้เลยค่ะ

จากคุณ Sandy Pathomsakulrat
ไก่อบตะไคร้ค่ะ ง่ายๆเลย
เครื่องปรุง
พริกไทยเม็ด
รากผักชี
กระเทียม
ตะไคร้
ซีอิ้วขาว
ขมิ้นผง
วิธีทำ
เอาทุกอย่างที่ว่ามาข้างต้นปั่นรวมกันค่ะสะดวกดี อิอิ จากนั้นผสมกับซีอิ้วแล้วนำไก่ลงหมักสัก1ชม ก่อนอบ เราใข้ไฟประมาณ190F นาน30-45นาทีแล้วแต่ว่าไก่ที่อบมากน้อย
เสร็จออกมาหน้าตาอย่างที่เห็น แบบคลีนเบาๆเพราะใช้ซีอ้ิวไม่เยอะมากให้ไก่รสชาดพอหอมและอร่อย เค็มนิดๆค่ะ

จากคุณ Taii Charinthorn
เราใส่ข้าวคั่ว น้ำมะขามเปียก พริกไทยดำป่น หมักไก่+ปลา รสชาติอร่อยดีค่ะ หอมข้าวคั่วด้วยแล..

ไก่หมักbalsamic vinegarค่ะ จากคุณ
Warakorn Ananrattanasakul
นํ้าส้มสายชูอันนี้ออกจะราคาแพงไปหน่อยแต่ซื้อติดไว้ก็เอาไปทํานํ้าสลัดได้คะ
นํ้าส้มสายชู+นํ้ามันมะกอก 1:1 เลยคะ
ส่วนสูตรหมักไก่นะคะ
2tbsp Balsamic vinegar
2tbsp มัสตาร์ด
2tsp ออริกาโน่
1/4ถ้วยตวง นํ้ามันมะกอก
กระเทียมทุบสับละเอียด
เกลือและพริกไทย
วิธีทําก็เอาไปปิ้งบนกระทะจนเกรียมทั้งสองด้านแล้วก็เอาไปใส่ไมโครเวฟให้สุกอีกสัก1.30นาที
ทีนี้ก็เสร็จเรียบร้อยคะ รสชาติจะเปรี้ยวนิดๆ หอมออริกาโน่กับกระเทียมหน่อยๆ
รสชาติคล้ายสเต็กไก่ตามร้านอาหารเลยนะเออ

จากคุณ Nadoublet Natthaya
หมักไก่ไว้กินพรุ่งนี้ น้ำหมักมี homemade yogurt, bay leaf, chop parsley, salt, black pepper

ขอขอบคุณ ที่มา https://web.facebook.com/eatcleanbaby?fref=photo
ได้ไอเดียหมักเพิ่มเยอะเลย จะได้ไม่เบื่อเมนูง่ายๆน้า พราวเงก็จะลองทำ ลองหาสูตรมาเรื่อยค่ะ
***สูตรในเม้นแบบละเอียด แอดบอกเลย คลังแสง โปรดมาดูกัน!!**
จากที่แชร์อาหารต่างๆ ไม่ว่าจะหมู ไก่ ทั้งหมักเอง ชาวเพจส่งมา ก็มีสูตรมากมาย แต่..บางทีคนที่พึ่งเริ่มทำ
พราวจัดการรวมคลังแสงหมักเน
เคล็ดลับ - สำหรับความนุ่ม by แอดอิ่ม
เหยาะ baking soda เอาไว้ทำคุ้กกี้ เบเกอรี่ไปเบาๆ ถ้าใช้เบกกิ้งโซดาหมักใส่ทั
หรือจะใช้น้ำสับประรดสดแทนเ
อันนี้เป็นสูตร ไอเดียคร่าวๆ ก่อนนะคะ
- ปริมาณกะๆเอานะคะ ไม่เน้นเค็ม เน้นเครื่องเทศจะดีกว่า ดูปริมาณไก่ของเรา ค่อยๆใส่ ส่วนในเม้นแอดจะเพิ่มแบบมีป
เริ่มจากสูตรคุณ Wasuta Promla ค่ะ
1. กระเทียม พริกไทย รากผักชี ตำ/ปั่นรวมกัน เติมซอสน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว (ตามแต่ความเคร่ง 55) หมักข้ามคืน มันจะนุ่มเองค่ะ อันนี้คือเบสิก ทำบ่อย ง่ายดี
2. สูตรตามข้อ1 + น้ำมันงา + งาคั่ว ได้ออกแนวจีนๆ
3. สูตรตามข้อ 1 + น้ำผึ้งนิดนึง + นมสด ได้ออกมาแนวหมูปิ้งนมสด
4. สูตรตามข้อ 1 + ผงกะหรี่ + น้ำผึ้ง + นมสด ได้ไก่สะเต๊ะหอมๆ
5. สูตรตามข้อ 1 + ตะไคร้+ข่า+ใบมะกรูด ปั่นรวมกัน ได้ไก่ย่างตะไคร้ หอมสมุนไพร
6. สูตรตามข้อ 1 + โยเกิร์ต + น้ำผึ้ง+ น้ำมันมะกอกนิดนึง + โรสแมรี่ (ชอบออริกาโน่ก็ใช้ได้ค่ะ) ได้ไก่ย่างออกแนวฝรั่งๆ หน่อย
7. สูตรตามข้อ 1 + น้ำมันมะกอก + มัสตาร์ด+น้ำผึ้ง จะได้ไก่ย่างเผ็ดๆ หอมๆ
8. หมักซอสบาร์บีคิวทำเอง ผสมนมสดนิดนึง ได้ไก่ย่างบาร์บีคิวค่ะ
9.หมักซอสเทริยากิทำเอง พอย่างเสร็จเอาซอสที่เหลือต
อันนี้รวบรวมมาจากคอมเม้น ต่างๆ จากสูตรต่างๆที่แชร์ไป ทดลองเองบ้าง ขออนุญาตินะคะ
- หมักมิโสะ
- หมักแบบเบสิคๆ กระเทียม พริกไทย น้ำมันหอย ซี้อิ๊ว และนมสดไขมันต่ำ
- โยเกิร์ต ผงกระเทียม ผงอบเชย เกลือ พริกไทย
- หมักกะนม แล้วใส่ผงกะหรี่ กระเทียม เกลือนิดหน่อยค่า นุ่มและหอมมั่กๆ
- หมักโยเกริตกับพริกไทยดำ
- ไก่หมักนมสด+โรสแมรี่สดสับล
- ชอบหมักซอสเพรสโต้(ปั่นเอง)
- หมักโยเกิร์ต+ผงกะหรี่
- หมักเกลือ พริกไทย ตะไคร้
- ปาริก้า น้ำผึ้ง เกลือ
- ซีอิ้วขาว+กระเทียมสับ+ขิงส
- ใช้เกลือ LS + ใบไทม์ + โรสแมรี่
- นม กระเทียม พริกไทย เกลือ ผงขมิ้น
- รากผักชี กระเทียม เม็ดผักชี พริกไทยดำ น้ำตาลทรายแดง น้ำผึ้ง
- โยเกิร์ต+กระเทียมสับ+ออริก
เคล็ดลับจากคุณ Zom Za
หมักกับเบกกิ้งโซดา สิบนาทีค่ะ ล้างออกแล้วปรุงรสตามปกติ ได้ทั้งหมู ไก่ หมูจะนุ่มเด้งเหมือนร้านดัง
คำถาม ?
ย่างไก่ยังไงไม่ให้แห้งอ่ะค
คำตอบ - เราใช้ไฟอ่อน ย่างในกระทะเทฟลอน ไม่น้ำมันค่ะ พอเอาไก่ลงแล้ว หาฝามาปิดกระทะไว้ ให้ไอน้ำอบอยู่ในนั้น ช่วยได้ค่ะ ^^
พยายามอย่าย่างนานเกินไป เราไม่ได้จับเวลานะคะ พอด้านนึงเปลี่ยนสี ก็กลับ ปิดฟาไว้อีกแป๊บก็เอาขึ้นได
จากแอดอิ่ม อันเดิม เพิ่มเติมเดี๋ยวพราวบอก 5555
ปล 1. ใครที่กำลังนึกในใจ หมักกะทิไม่อ้วนเหรอฟระ - - ตราบใดยังไม่ยกกะทิดื่มแทนน
ปล. 2. ซอสหอยนางรมเลือกยี่ห้อที่ไ
ปล. 3 ใครสงสัยว่าสูตรหมักพวกนี้ แน่ใจรึว่าจะเป็นอาหารคลีน?
ปล. 3 ปลานี่เหมาะเอามาหมักสมุนไพ
Vichai Thiramano ผมหมักหมู... ทุบหมูนิดหน่อย โรยเกลือนิดๆๆ พาสรี่ย์ ราดนมข้นจืดลงไปครับ
บางครั้งก้ใช้เป็น ชะโลมน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วหมู แล้วเอาหอมมาหมักโรยพริกไทยนิดหน่อย ถึงเวลาเอาหมูไปนาบกระทะ สุกเอาหอมที่หมักลงไปผัดๆๆต่อ แล้วเอามาเสริฟ์คู่กันครับ
สูตรนี้ต่อ อกไก่ 1 ชิ้น ประมาณ 6oz. (170-180g)
- น้ำผึ้ง 5กรัม
- เกลือทะเล 1 ชช. (ใช้เกลือธรรมดาได้)
- ผงปาปริก้า ตามชอบ
- all spice salt-free ตามชอบ
- ดีจอง มัสตาร์ด 5กรัม (ใช้มัสตาร์ธรรมดาได้)
- พริกไทยดำป่น ตามชอบ
- น้ำมันมะกอก 5กรัม (คาโนล่าก็ได้)
- เบคกิ้ง โซดา 1 ชช.
ส่วนเกรวี่ น้ำราดไก่
- เนย 1/2 ชต. (เบลใช้ I cant believe its not a butter ; light)
- lemon 1 ซีกเล็ก
1.คลุกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน พักไว้ 1 ชม. อย่างต่ำ (ให้เครื่องปรุงทำความรู้จักกันนิด เพื่อความอร่อย 55555)
2.ตั้งกะทะย่าง หรือ กะทะธรรมดาก็ได้ ถ้าแบบย่าง ไก่เราจะสวย ดูดี อิอิ
3.ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอก หรือ คาโนล่า หรือ เอาแปลงทาๆ
4.นำไก่ที่หมักแล้ว ค่อยๆวางลงไป เราต้องการจี่ไก่ให้สีสวยเท่านั้นนะคะ ไม่ย่างจนสุก ทำแบบนี้ 2 ฝั่ง ให้สีสวยตามต้องการ ก็พักขึ้นมา ใส่ถาดฟอย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะใช้ (ใช้ถาดฟอย ง่ายดี)
5.เอาอลูมิเนียมฟอย ปิดถาดที่ใส่ไก่ให้มิด นำเข้าเตาอบที่อุ่นเตาไว้แล้ว 20นาที อุณหภูมิ 220c อบไก่เป็นเวลา 30 นาที
6.พักให้เย็นสัก 5 นาที เปิดฟิยออก เอาไก่ออกมาใส่จาน เราจัมาทำเกรวี่ต่อคะ
7.นำถาดน้ำที่เหลือจากอบไก่ วางบนเตาเลย (นี่คือเหตุผลที่เบลใช้ถาดฟอย) เปิดไฟปานกลาง-แรง เคี่ยวน้ำซอสไปเรื่อยๆ ซะ 2-3นาที แล้วใส่เนยลงไป คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่ออีกจนเริ่มข้น
8.บีบ น้ำเลม่อนลงไป 1 ซีกเล็ก คนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จพร้อมราดบนอกไก่ของเราค่า
*เปลี่ยนจาก lemon เป็น น้ำส้มสายชูบัลซามิคก็อร่อยอีกแบบนะจ้ะ!

จากคุณ Orn Ornsiri
อกไก่มักซอสบัลซามิกและมัสตาร์ดสัดส่วนต่ออกไก่ ประมาณครึ่งชิ้น
1. บัลซามิก 3 ช้อนโต๊ะ
2. มัสตาร์ด 3 ช้อนโต๊ะ
3. เกลือ และพริกไทดำเล็กน้อย
มักไว้15-30 นาที แล้วย่างได้เลยค่ะ

จากคุณ Sandy Pathomsakulrat
ไก่อบตะไคร้ค่ะ ง่ายๆเลย
เครื่องปรุง
พริกไทยเม็ด
รากผักชี
กระเทียม
ตะไคร้
ซีอิ้วขาว
ขมิ้นผง
วิธีทำ
เอาทุกอย่างที่ว่ามาข้างต้นปั่นรวมกันค่ะสะดวกดี อิอิ จากนั้นผสมกับซีอิ้วแล้วนำไก่ลงหมักสัก1ชม ก่อนอบ เราใข้ไฟประมาณ190F นาน30-45นาทีแล้วแต่ว่าไก่ที่อบมากน้อย
เสร็จออกมาหน้าตาอย่างที่เห็น แบบคลีนเบาๆเพราะใช้ซีอ้ิวไม่เยอะมากให้ไก่รสชาดพอหอมและอร่อย เค็มนิดๆค่ะ

จากคุณ Taii Charinthorn
เราใส่ข้าวคั่ว น้ำมะขามเปียก พริกไทยดำป่น หมักไก่+ปลา รสชาติอร่อยดีค่ะ หอมข้าวคั่วด้วยแล..

ไก่หมักbalsamic vinegarค่ะ จากคุณ
Warakorn Ananrattanasakul
นํ้าส้มสายชูอันนี้ออกจะราคาแพงไปหน่อยแต่ซื้อติดไว้ก็เอาไปทํานํ้าสลัดได้คะ
นํ้าส้มสายชู+นํ้ามันมะกอก 1:1 เลยคะ
ส่วนสูตรหมักไก่นะคะ
2tbsp Balsamic vinegar
2tbsp มัสตาร์ด
2tsp ออริกาโน่
1/4ถ้วยตวง นํ้ามันมะกอก
กระเทียมทุบสับละเอียด
เกลือและพริกไทย
วิธีทําก็เอาไปปิ้งบนกระทะจนเกรียมทั้งสองด้านแล้วก็เอาไปใส่ไมโครเวฟให้สุกอีกสัก1.30นาที
ทีนี้ก็เสร็จเรียบร้อยคะ รสชาติจะเปรี้ยวนิดๆ หอมออริกาโน่กับกระเทียมหน่อยๆ
รสชาติคล้ายสเต็กไก่ตามร้านอาหารเลยนะเออ

จากคุณ Nadoublet Natthaya
หมักไก่ไว้กินพรุ่งนี้ น้ำหมักมี homemade yogurt, bay leaf, chop parsley, salt, black pepper

ขอขอบคุณ ที่มา https://web.facebook.com/eatcleanbaby?fref=photo
วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558
วิธีทำนมข้นหวาน
ต่อจากนี้ไป คุณๆจะลืมนมข้นหวานตามห้างไปเลยเพราะว่า เมื่อไรที่คุณนึกอยากกินนมข้นหวานชั้นดีสุดยอดมีไขมันเนยแท้ๆเต็มอัตรา แค่เดินเข้าครัวเอาของ2-3อย่างมาผสมกันก็ได้กินแล้ว
ก่อนจะทำคุณต้องมีของต่อไปนี้พร้อม
1- นมผง ชนิดไหนก็ได้ทั้งนั้น
2- น้ำตาลทราย
3- เนย (ถ้าเนยสดคุณจะได้นมข้นหวานไขมันเนยแท้ ถ้าเนยมาการีนก็ได้น้ำมันพืช)
วิธีการผสม ไม่มีอะไรพิสดารเลย จัดการตวงส่วนผสมต่างๆไว้ดังนี้ ...
-นมผง ¾ ถ้วยตวง
-น้ำตาลทรายละเอียด ¾ ถ้วยตวง
ผสมนมผงกับน้ำตาลให้เข้ากันพักรอไว้
-เนยสด 3 - 4 ช้อนโต๊ะ
-น้ำร้อนจัด ½ ถ้วยตวง
เติมเนยสดลงผสมในน้ำร้อน คนจนละลายหมด แล้วค่อยๆเติมส่วนผสมนมผงกับน้ำตาลลงไปพร้อมกับคนด้วยตะกร้อมือตลอด อย่าให้มีจับตัวเป็นก้อน กวนไปเทไปจนหมดและส่วนผสมเนียนหน้าตาเหมือนนมข้นหวาน
ถ้าจะให้ดีใส่ลงในเครื่องปั่นผสมอาหารจะทุ่นแรงและเนียนกว่า
ส่วนผสมตามข้างบนนี้จะได้นมข้นหวานประมาณเท่ากับ 1 กระป๋องนมข้นที่ขายกันทั่วไป แต่คุณภาพของที่เราทำเองย่อมเหนือชั้นกว่า
ต่อไปหวังว่าคงไม่มีเสียงบ่นครวญครางว่า ...หาซื้อนมข้นหวานดีๆไม่ได้..อีกนะ
ที่มา http://pantip.com/topic/30063357
http://tipgarden.blogspot.com/2011/11/make-your-own-sweetened-condensed-milk.html
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
น้ำนมธัญพืช
น้ำนมธัญพืช
ส่วนผสม
ถั่วเหลือง 1 ส่วน (ฤทธิ์เย็น)
ถั่วเขียว 1 ส่วน
ถั่วโช่เล่ 1 ส่วน
ถั่วลันเตา 1 ส่วน
ลูกเดือย 1 ส่วน
ใบเตย 3 ใบ
ถั่วลิสง 1/2 ส่วน (ฤทธิ์ร้อน)
ข้าวเจ้า 1 ส่วน
เกลือ น้ำตาล
วิธีทำ
1. นำถั่วไปแช่รวมกัน 6-8 ช.ม
2. นำข้าวสารไปแช่น้ำก่อนทำสัก 2-3 ช.ม
3. นำถั่วและข้าวสารที่แช่มาล้างแล้วเอามารวมกัน
4. นำไปปั่นด้วยน้ำสะอาดแล้วกรองด้วยผ้าขาว
5. นำกากที่ได้ไปปั่นซ้ำอีกรอบแล้วกรอง
6. เอาน้ำที่ได้ไปต้มตั้งไฟกลางใส่ใบเตย คนไปเรื่อยๆจนเดือด ปิดไฟ
7. ตักใส่แก้วเสริฟ (ปรุงรสตามชอบ)
หมายเหตุ
1.ถั่วที่นำมาใช้ถ้าหลายอย่างก็ทำสลับสับเปลี่ยนหรือจะมีแค่ 2-3 อย่างก็ได้
2.ข้าวสารจะเป็นข้าวซ้อมมือ(ฤทธิ์เย็น) ข้าวกล้อง(ฤทธิ์ร้อน) หรือข้าวกล้องงอก(ฤทธิ์ร้อน) 3.ถ้ามีภาวะเย็นก็ให้เพิ่มถั่วฤทธิ์ร้อน เช่น ถั่วลิสง ถั่วดำ ถั่วแดง
4.หรือถ้าต้องการสีสันเพิ่มเติมก็มี ใบเตย เปลือกแก้วมังกร อัญชัน ซึ่งเป็นสมุนไพร(ฤทธิ์เย็น)
5.ส่วนกากที่เหลือนำมาปรุงอาหารได้ เช่นใส่ในแกงอ่อม ผัดผัก จะได้น้ำแกงข้นหวานอร่อยยิ่งขึ้น หรือนำมาขัดตัว และสุดท้ายทำปุ๋ย
6.การเก็บใส่ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 อาทิตย์
7.ท่านจะได้รับโปรตีนและคารโบไฮเดรต
เหมาะกับทุกเพศทุกวัยแม้แต่เด็กทารก
อาจารย์หมอเขียวบอกว่า "น้ำนมธัญพืชเป็นนมที่ดีที่สุดในโลก"
8.แต่ถ้าให้ทารกดื่มไม่ต้องปรุงรสด้วยเกลือหรือน้ำตาลเพราะน้ำนมธัญพืชมีรสกลมกล่อมอยู่แล้วในตัว
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณแหม่ม สมุทรปราการ
จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม
ส่วนผสม
ถั่วเหลือง 1 ส่วน (ฤทธิ์เย็น)
ถั่วเขียว 1 ส่วน
ถั่วโช่เล่ 1 ส่วน
ถั่วลันเตา 1 ส่วน
ลูกเดือย 1 ส่วน
ใบเตย 3 ใบ
ถั่วลิสง 1/2 ส่วน (ฤทธิ์ร้อน)
ข้าวเจ้า 1 ส่วน
เกลือ น้ำตาล
วิธีทำ
1. นำถั่วไปแช่รวมกัน 6-8 ช.ม
2. นำข้าวสารไปแช่น้ำก่อนทำสัก 2-3 ช.ม
3. นำถั่วและข้าวสารที่แช่มาล้างแล้วเอามารวมกัน
4. นำไปปั่นด้วยน้ำสะอาดแล้วกรองด้วยผ้าขาว
5. นำกากที่ได้ไปปั่นซ้ำอีกรอบแล้วกรอง
6. เอาน้ำที่ได้ไปต้มตั้งไฟกลางใส่ใบเตย คนไปเรื่อยๆจนเดือด ปิดไฟ
7. ตักใส่แก้วเสริฟ (ปรุงรสตามชอบ)
หมายเหตุ
1.ถั่วที่นำมาใช้ถ้าหลายอย่างก็ทำสลับสับเปลี่ยนหรือจะมีแค่ 2-3 อย่างก็ได้
2.ข้าวสารจะเป็นข้าวซ้อมมือ(ฤทธิ์เย็น) ข้าวกล้อง(ฤทธิ์ร้อน) หรือข้าวกล้องงอก(ฤทธิ์ร้อน) 3.ถ้ามีภาวะเย็นก็ให้เพิ่มถั่วฤทธิ์ร้อน เช่น ถั่วลิสง ถั่วดำ ถั่วแดง
4.หรือถ้าต้องการสีสันเพิ่มเติมก็มี ใบเตย เปลือกแก้วมังกร อัญชัน ซึ่งเป็นสมุนไพร(ฤทธิ์เย็น)
5.ส่วนกากที่เหลือนำมาปรุงอาหารได้ เช่นใส่ในแกงอ่อม ผัดผัก จะได้น้ำแกงข้นหวานอร่อยยิ่งขึ้น หรือนำมาขัดตัว และสุดท้ายทำปุ๋ย
6.การเก็บใส่ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 อาทิตย์
7.ท่านจะได้รับโปรตีนและคารโบไฮเดรต
เหมาะกับทุกเพศทุกวัยแม้แต่เด็กทารก
อาจารย์หมอเขียวบอกว่า "น้ำนมธัญพืชเป็นนมที่ดีที่สุดในโลก"
8.แต่ถ้าให้ทารกดื่มไม่ต้องปรุงรสด้วยเกลือหรือน้ำตาลเพราะน้ำนมธัญพืชมีรสกลมกล่อมอยู่แล้วในตัว
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณแหม่ม สมุทรปราการ
จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม
วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556
รากบัวแปะก๊วยนมสด (ผมทำเอง...อาหย่อย)
รากบัวแปะก๊วยนมสด
ขอนำเสนอ ของหวานเพื่อสุขภาพ ชื่อรากบัวแปะก๊วยนมสด ทานแล้วดีต่อสุขภาพมาก
รากบัวเป็นสมุนไพรสารพัดประ โยชน์
มีรสหวานมัน แก้อาการอ่อนเพลีย ชูกำลัง ช่วยให้สดชื่น ช่วยเจริญอาหาร
ดับกระหาย แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ ดับพิษร้อนให้ปอดชุ่มชื้น
ช่วยลดความดันโลหิต แก้ปวดบวม มีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหาร
ร่างกายขาดความสมดุล ผู้อยู่ในวัยทองมีอาการนอนไ ม่หลับก็สามารถช่วยได้
แปะก๊วยผลเหลืองๆ มีต้นกำเนิดจากทางตะวันออกข องจีน มีชีวิตอยู่ตั้งแต่เมื่อ 270 ล้านปีก่อนสมัยเดียวกับไดโน เสาร์ แปะก๊วยจึงเป็นอาหารของไดโน เสาร์ชนิดกินพืช...ชื่อแปะก ๊วยตามภาษาจีนหมายถึง "ลูกไม้สีเงิน"ในภาษาอังกฤษ จะ
เรียกว่าGinkgo นอกจากนี้ยังมีชื่ออื่น ๆ เช่นต้นไม้แห่งความหวัง
แพนด้าแห่งอาณาจักรพืช และต้นไม้อิสรภาพ มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้อ ย่างน่าอัศจรรย์ชาวจีนเชื่อ ว่าแปะก๊วยเป็นยาอายุวัฒนะ
นำ 2 อย่างมารวมกับความหวานของหญ ้าหวาน และมันกลมกล่อมของนมสด ถือได้ว่าเป็นของหวานที่สุด ยอดมาก
ส่วนผสม
-รากบัวหั่นตามขวาง 1 ถ้วย
-เม็ดแปะก๊วย 1 ถ้วย
-หญ้าหวาน 1/2 ถ้วย
-น้ำเปล่า 2 ถ้วย
-นมสด ปริมาณตามชอบ
วิธีทำ
1.ล้างแปะก๊วย และ รากบัวกับน้ำสะอาด นำไปลวกในน้ำเดือด ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ (เม็ดแปะก๊วย ถ้าทำให้ขมน้อยลง ต้องเอาต้นอ่อนในเม็ดออกด้ว ย โดยการเอาไม้จิ้มฟันจิ้มตรง กลางงัดเอาออกมา)
2.ใส่หญ้าหวานและน้ำเปล่าต้ มให้เดือด ตักเอาหญ้าหวานออกเหลือแต่น ้ำ แล้วใส่แปะก๊วยกับรากบัวลงไ ปต้ม ใช้ไฟกลางทิ้งไว้ 5 นาทีให้ความหวานเข้าไปในเนื ้อ แล้วปิดไฟยกลง
3.ตักรากบัวแปะก๊วยพร้อมด้ว ยน้ำใส่ถ้วย เติมนมสด จัดเสริฟ
4.สามารถเปลี่ยนนมสด เป็นน้ำหวานกลิ่นโซดา น้ำหวานกลิ่นสละ ก็อร่อยนะ แต่ถ้าสุขภาพแท้จริง ใส่นมสดดีกว่า
รากบัวเป็นสมุนไพรสารพัดประ
แปะก๊วยผลเหลืองๆ มีต้นกำเนิดจากทางตะวันออกข
นำ 2 อย่างมารวมกับความหวานของหญ
ส่วนผสม
-รากบัวหั่นตามขวาง 1 ถ้วย
-เม็ดแปะก๊วย 1 ถ้วย
-หญ้าหวาน 1/2 ถ้วย
-น้ำเปล่า 2 ถ้วย
-นมสด ปริมาณตามชอบ
วิธีทำ
1.ล้างแปะก๊วย และ รากบัวกับน้ำสะอาด นำไปลวกในน้ำเดือด ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ (เม็ดแปะก๊วย ถ้าทำให้ขมน้อยลง ต้องเอาต้นอ่อนในเม็ดออกด้ว
2.ใส่หญ้าหวานและน้ำเปล่าต้
3.ตักรากบัวแปะก๊วยพร้อมด้ว
4.สามารถเปลี่ยนนมสด เป็นน้ำหวานกลิ่นโซดา น้ำหวานกลิ่นสละ ก็อร่อยนะ แต่ถ้าสุขภาพแท้จริง ใส่นมสดดีกว่า
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556
หยางดริ๊ง Yang Drink – เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน(ผมทำเอง...คล่องคอจัง)
หยางดริ๊ง Yang Drink – เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน (เครื่องดื่มสุขภาพผมทำเอง)
เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน มักจะื่ดื่มแก้อาการภูมิแพ้ แก้หวัด ปรับสมดุลตรงข้ามกับ หยินดริ๊ง หยินเปรียบเหมือนหญิง หยางเปรียบเหมือนชาย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เป็นพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้ อน แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ และแก้อหิวาตกโรค หรือทำเป็นยาทาแก้ปวดก็ได้ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ การเลือกใช้หญ้าหวานอบแห้งแ ทนน้ำตาล เป็นความหวานไม่ให้พลังงาน ไม่อ้วน เหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวาน ส่วนน้ำอ้อยมีกลิ่นหอม ละมีน้ำตาลฟรุ๊กโทสตามธรรมช าติ มีฤทธิ์เป็นกลาง ซึ่งร่างกายดูดซึมได้เร็วกว ่าซูโคสในน้ำตาลทราย
ส่วนผสมหยางดริ๊ง Yang Drink - เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน
1. ข่าหั่น 1/4 ถ้วย
2. ใบมะกรูดหั่น 10 ใบ
3. ตะไคร้หั้น 4 ต้น
4. น้ำเปล่าสำหรับต้ม 1 ลิตรครึ่ง
5. หญ้าหวานอบแห้ง 1 ถ้วย
6. น้ำอ้อยคั้น 1 ถ้วย(มีหรือไม่มีก็ได้)
วิธีทำหยางดริ๊ง Yang Drink - เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน (Drinks from Earth - Healthy Food)
1. ปั่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และน้ำในโถปั่น แล้วนำทั้งหมดไปต้มให้เดือด พร่าน แล้วใส่หญ้าหวาน รอให้เดือดอีกครั้ง และปิดไฟ
2. กรองเอาแต่น้ำ พักไว้ให้เย็น
3. ดื่มร้อนๆ ได้ทันที หรือนำไปผสมกับน้ำอ้อย เพิ่มรสชาดได้
4. แช่เย็น เก็บได้ 15 วัน เวลาดื่มรินใส่ถ้วยกาแฟแล้ว นำไปอุ่น
หมายเหตุ หยางดริ๊ง มักจะดื่มตอนเช้าคู่กับกาแฟ แทนชา หรือช่วงอากาศเย็นดื่มเพื่อ ปรับสมดุล ส่วนหยินดริ๊ง มักจะดื่มเย็นๆใส่น้ำแข็งตอ นเที่ยง หรืออากาศร้อนๆ ปรับสมดุลเช่นกัน
ประสบการณ์ คุณแม่ผมดื่มครั้งแรก มีการปรับสมดุล ปัสสาวะบ่อย เพราะขับสารพิษออกจากร่างกา ย ตอนนี้คุณแม่ดื่มประจำ สุขภาพแข็งแรง
ดื่มช่วงแรก ปรับสมดุลร่างกาย แนะนำให้ผสมน้ำเปล่า 1:หยางหรือหยิน 1 ส่วน คือ น้ำครึ่งแก้ว หยางหรือหยินดริ๊งครึ่งแก้ว 3-5 วัน หลังจากนั้น ดื่มหยางหรือหยิน 1 แก้วได้ปกติ หรือจะดื่มเหมือนเดิมก็ได้ค รับ
เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน มักจะื่ดื่มแก้อาการภูมิแพ้
ส่วนผสมหยางดริ๊ง Yang Drink - เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน
1. ข่าหั่น 1/4 ถ้วย
2. ใบมะกรูดหั่น 10 ใบ
3. ตะไคร้หั้น 4 ต้น
4. น้ำเปล่าสำหรับต้ม 1 ลิตรครึ่ง
5. หญ้าหวานอบแห้ง 1 ถ้วย
6. น้ำอ้อยคั้น 1 ถ้วย(มีหรือไม่มีก็ได้)
วิธีทำหยางดริ๊ง Yang Drink - เครื่องดื่มฤทธิ์ร้อน (Drinks from Earth - Healthy Food)
1. ปั่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และน้ำในโถปั่น แล้วนำทั้งหมดไปต้มให้เดือด
2. กรองเอาแต่น้ำ พักไว้ให้เย็น
3. ดื่มร้อนๆ ได้ทันที หรือนำไปผสมกับน้ำอ้อย เพิ่มรสชาดได้
4. แช่เย็น เก็บได้ 15 วัน เวลาดื่มรินใส่ถ้วยกาแฟแล้ว
หมายเหตุ หยางดริ๊ง มักจะดื่มตอนเช้าคู่กับกาแฟ
ประสบการณ์ คุณแม่ผมดื่มครั้งแรก มีการปรับสมดุล ปัสสาวะบ่อย เพราะขับสารพิษออกจากร่างกา
ดื่มช่วงแรก ปรับสมดุลร่างกาย แนะนำให้ผสมน้ำเปล่า 1:หยางหรือหยิน 1 ส่วน คือ น้ำครึ่งแก้ว หยางหรือหยินดริ๊งครึ่งแก้ว
วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556
หยินดริ๊ง Ying Drink - เครื่องดื่มฤทธิ์เย็น (ผมทำเอง...ชื่นใจจัง)
หยินดริ๊ง Ying Drink - เครื่องดื่มฤทธิ์เย็น (ผมทำเอง...ชื่นใจจัง)
ผมขอนำเสนอเครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพ
ผมทำเอง...ชื่อ หยินดริ๊ง Ying Drink - เครื่องดื่มฤทธิ์เย็น ในช่วงปกติ
ความจริงร่างกายของคนเรา ต้องการทั้งอาหารฤทธิ์ร้อน และฤทธิ์เย็น
อย่างสมดุลตามฤดูกาล แต่เนื่องจากเราอยู่ในภูมิป ระเทศที่ร้อน จึงต้องกินอาหารที่มีฤทธิ์เ ย็นมากกว่าฤทธิ์ร้อน ร่างกายจึงจะรู้สึกสบาย เบากาย และมีกำลัง มีประโยชน์
-ดื่มแก้ร้อนใน ทำให้ระคายคอและปาก ครั่นเนื้อครั่นตัว อาจจะเนื่องมาจากการรับประท านอาหารทอด อาหารเนื้อสัตว์มากเกินไป ทำให้ร่างกายมีการสันดาป เกิดความร้อนในร่างกายได้
-ดื่มแล้วรู้สึกชื่นใจ ปรับสมดุลร่างกายให้เป็นปกต ิ
ส่วนผสมหยินดริ๊ง Ying Drink ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีฤทธิ์เ ย็น
1. รากบัวปอกแล้วหั่น 1 หัว
2. ข้าวโพดต้ม 1 ถ้วย
3. น้ำสำหรับต้ม 1 ลิตร
4. หญ้าหวานอบแห้ง 1 ถ้วย (เพิ่มความหวาน ไม่ให้พลังงาน ทำให้ไม่อ้วน และ คนเป็นเบาหวานดื่มได้)
4. น้ำมะพร้าว 2 ถ้วย มีหรือไม่มีก็ได้
วิธีทำหยินดริ๊ง Ying Drink
1. ปลอกเปลือกและหั่นรากบัวให้ เป็นชิ้นเล็กๆ และแกะเมล็ดข้าวโพดออกจากฝั ก
2. ปั่นรากบัว ข้าวโพด และน้ำในโถปั่นจนละเอียด
3. นำไปต้ม จนเดือด
4. นำหญ้าหวานใส่ลงไป คนแล้วต้มรอให้เดือดอีกครั้ ง ปิดไฟยกออกจากเตา
5. กรองออก เอาแต่น้ำ
6. พักไว้ให้เย็น ใส่ภาชนะแช่เย็น เก็บไว้ดื่ม
7. นำมาดื่ม ถ้าเข้มข้นผสมน้ำ 40:หยิน 60 ก็ได้ ดื่มแล้วชื่นใจ รสชาดดี หรือ นำน้ำมะพร้าวมาผสมทำให้รสชา ดดีเช่นกัน
8. แช่เย็นเก็บไว้ได้ประมาณ 10 วัน
-ดื่มแก้ร้อนใน ทำให้ระคายคอและปาก ครั่นเนื้อครั่นตัว อาจจะเนื่องมาจากการรับประท
-ดื่มแล้วรู้สึกชื่นใจ ปรับสมดุลร่างกายให้เป็นปกต
ส่วนผสมหยินดริ๊ง Ying Drink ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีฤทธิ์เ
1. รากบัวปอกแล้วหั่น 1 หัว
2. ข้าวโพดต้ม 1 ถ้วย
3. น้ำสำหรับต้ม 1 ลิตร
4. หญ้าหวานอบแห้ง 1 ถ้วย (เพิ่มความหวาน ไม่ให้พลังงาน ทำให้ไม่อ้วน และ คนเป็นเบาหวานดื่มได้)
4. น้ำมะพร้าว 2 ถ้วย มีหรือไม่มีก็ได้
วิธีทำหยินดริ๊ง Ying Drink
1. ปลอกเปลือกและหั่นรากบัวให้
2. ปั่นรากบัว ข้าวโพด และน้ำในโถปั่นจนละเอียด
3. นำไปต้ม จนเดือด
4. นำหญ้าหวานใส่ลงไป คนแล้วต้มรอให้เดือดอีกครั้
5. กรองออก เอาแต่น้ำ
6. พักไว้ให้เย็น ใส่ภาชนะแช่เย็น เก็บไว้ดื่ม
7. นำมาดื่ม ถ้าเข้มข้นผสมน้ำ 40:หยิน 60 ก็ได้ ดื่มแล้วชื่นใจ รสชาดดี หรือ นำน้ำมะพร้าวมาผสมทำให้รสชา
8. แช่เย็นเก็บไว้ได้ประมาณ 10 วัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






