แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร ขนม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร ขนม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

"น้ำสลัดแซนวิช สีเหลือง" อันล่ะ 5 บาท ตอนเด็กๆกินกัน จำได้ไหม...สูตรพร้อม!!!


สูตร

1.ไข่ต้มสุก (เอาเฉพาะไข่แดง 1 ฟอง)
2. น้ำมันพืช  ประมาณ 1/2 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทรายแดง (หอมหวานกว่าน้ำตาลทรายขาว) 1/4 ถ้วยตวง
4.นมข้นหวาน 1/4 ถ้วยตวง
5.เกลือ ครึ่ง ช้อนชา 
6.พริกไทยนิดหน่อย
7.น้ำมะนาว ครึ่งลูกเล็ก


วิธีทำ

นมข้นหวานผสมน้ำตาล เข้าไมโครเวฟประมาณ 20 วินาที แล้วเอาออกมาตีผสมกัน จนน้ำตาลละลาย 
จากนั้นใส่ส่วนผสมที่เหลือ ตีรวมกันจนเนื้อเนียนค่ะ ชิมรสให้ได้หวานนำ และเค็มตาม นิดๆ เสร็จจร้า ทาขนมปัง กันได้เลยจร้า


ขอขอบคุณสูตร @คุณ ชุ ตา

ที่มา http://www.startclip.com/news6023.html

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

ออส่วน 3 สูตร +เคล็ดลับ

ออส่วน 3 สูตร +เคล็ดลับ 

ออส่วนสูตรที่ 1

เครื่องปรุง สูตรโดย หมึกแดง
- หอยนางรมลวก 1 ถ้วยตวง
- แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
- ไข่เป็ด 2 ฟอง
- เกลือพอประมาณ
- พริกไทยป่นพอประมาณ
- ต้นหอมซอยพอประมาณ
- ผักชีซอยพอประมาณ
- ถั่วงอกพอประมาณ
- ซอสพริก

วิธีทำ
1. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟแรง

2. อีกภาชนะใส่หอยนางรมที่ลวกแล้วผสมกับแป้งมัน เกลือ พริกไทย น้ำ ต้นหอมซอยคนให้เข้ากัน เทลงไปผัดในกระทะ

3. ตอกไข่ใส่ชามตีให้ฟู และเทราดลงไปในส่วนผสมในกระทะ คนให้ส่วนผสมแยกออก

4. นำกระทะอีกใบตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปพอร้อน นำถั่วงอกลงไปผัด พอน้ำมันเคลือบถั่วงอกตักใส่จาน แล้วเทหอยนางรมที่ผัดแล้วลงไปข้างบนถั่วงอก โรยหน้าด้วยพริกไทย ผักชี เสิร์ฟคู่กับซอสพริก
---------------------------------------------
ออส่วนสูตรที่ 2

เครื่องปรุง(สำหรับ 4 คน)
-หอยนางรมสดแกะเปลือกแล้ว 1 ขีด
-ต้นหอม 4 ต้น
-ไข่ไก่ 2 ฟอง
-แป้งมัน
-น้ำมันพืช
-ซีอิ้วขาว
-พริกไทยป่น
-ผงชูรส

วิธีทำ
1. นำหอยนางรมมาลวกน้ำร้อน ระวังอย่าให้สุกเกินไป แล้วเอาขึ้นใส่ชาม

2. ต้นหอมตัดเป็นท่อนๆ ขนาดประมาณ 1 นิ้ว เอาต้นหอมใส่ลงไปในชาม หอยนางรมใส่ซีอิ้วขาว พริกไทยป่น ผงชูรส

3. เอาแป้งมันละลายกับน้ำเล็กน้อยใส่ลงในชามด้วย เคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน

4. ต่อยไข่ใส่ชามอีกใบหนึ่งต่างหาก ตีไข่พอแตก

5. เอากะทะก้นแบนตั้งไฟพอร้อนใส่ไข่ลงไป ใช้ตะหลิวคนไข่ให้ทั่ว อย่าให้ไข่จับกันเป็นแผ่น แล้วเขี่ยไข่ไว้ข้างหนึ่งของกะทะ

6. ใส่หอยนางรมที่เคล้าเครื่องปรุงไว้ ลงในกะทะผัดพอสุก

7. ตักไข่ที่สุกแล้วใส่จานก่อนแล้วตักหอยนางรมที่ผัดไว้ราดทับบนไข่ รับประทานร้อนๆ
---------------------------------------------------------
ออส่วนสูตรที่ 3 (เพิ่มสูตรกรอบ)

เครื่องปรุง
-หอยนางรม 1 ถ้วยตวง
-แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
-ไข่ไก่ 2 ฟอง
-เกลือ
-พริกไทยป่น
-กระเทียมสับ
-น้ำมันพืช
-ต้นหอมซอย
-ผักชีซอย
-ถั่วงอก
-ซอสพริก (ใส่น้ำขิงดองนิดนึงรสชาติจะกลมกล่อมขึ้นค่ะ)
-ซิอิ๊วขาวหรือซอสถั่วเหลือง
-น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เอาหอยนางรมล้างน้ำให้สะอาด (ล้างหลายๆ น้ำ) กะว่าล้างจนน้ำใสค่ะ

2. เอาแป้งมันละลายน้ำ ใส่เกลือ พริกไทย ซิอิ๊วขาวหรือซอสถั่วเหลือง คนให้เข้ากัน

3. ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใส่กระเทียมผัดพอเหลือง ใส่ไข่ ใส่หอยนางรม พร้อมกันทันที(อย่าให้ไข่สุก)

4. เอาแป้งมันในข้อ 1 ใส่ลงไปผัดให้เร็วๆ กะพอเหนียว แล้วผัดไปไว้ข้างๆ กระทะพักไว้แป๊บนึง

5. ใส่ถั่วงอกลงไปอีกข้างนึงตรงที่ว่างของกระทะกะว่าผัดพอสุก

6. ตักใส่จานโดยการนำถั่วงอกไว้ด้านล่าง แล้วนำหอยนางรมที่ผัดเสร็จแล้วไว้ด้านบน

7. โรยหน้าด้วย ต้นหอม ผักชี และพริกไทย เสิร์ฟคู่กับซอสพริก

เคล็ดลับ
1. เวลาผัดไข่และหอยนางรม ต้องระวังอย่าให้ไข่สุกก่อนใส่หอยนางรม
มิฉะนั้นหอยและไข่ก็แยกกันเป็นชิ้นไม่เกาะกันและไม่เหนียว

2. หลังจากใส่แป้งมันลงในกระทะต้องผัดให้เร็ว มิฉะนั้นแป้งจะจับกันเป็นก้อน ผัดแล้วแป้งจะไม่ใส

3. ถั่วงอก อย่าผัดสุกมาก เพราะเวลาจัดใส่จานถั่วงอกจะอยู่ใต้หอยนางรมอีกทีถ้าผัดสุกมากถั่วงอกจะเละ เพราะหอยนางรมร้อนจะไปอบถั่วงอกอีกที

Cr. สูตรอาหาร http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anotherside&month=12-2008&date=28&group=3&gblog=152
Cr. ภาพอาหาร http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=yui-chan&month=12-2010&date=14&group=36&gblog=15

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

น้ำจิ้มลูกชิ้นมะขามเปียก


น้ำจิ้มลูกชิ้นมะขามเปียก
ส่วนผสม
1.พริกชี้ฟ้าแดง 500 กรัม
2.กระเทียมแกะเปลือกออกให้เกลี้ยง 300 กรัม
3.มะขามเปียกคั้นน้ำแล้ว 300 กรัม(หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับรสชาติของมะขาม)
4.น้ำตาลปีบ 700 กรัม
5.น้ำตาลทราย 300 กรัม
6.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
7.มะเขือเทศ 500 กรัม
วิธีทำ
1.นำมะขามเปียกแช่น้ำแล้วแล้วคั้นเอาแต่น้ำและเนื้อมะขาม จากนั้นนำไปใส่โถปั่น ปั่นให้ละเอียด
2.ใส่น้ำตาลปีบและน้ำตาลทรายลงในหม้อนำไปตั้งไฟเคี่ยวด้วยไฟกลางรอจนกว่าน้ำตาลละลาย 3.นำพริกชี้ฟ้า กระเทียม มะเขือเทศ น้ำมะขามเปียก ใส่โถปั่นอาจเติมน้ำเปล่าได้เล็กน้อยปั่นจนละเอียดตามที่เราต้องการ นำส่วนผสมทั้งหมดไปเทใส่หม้อน้ำเชื่อมเติมเกลือป่น ชิมรส เคี่ยวต่อโดยใช้ไฟกลางจนน้ำเชื่อมเริ่มเหนียว พักไว้ให้เย็นนำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ขายได้หลายวันค่ะ
4.สำหรับสูตรเผ็ดน้อยให้ลดจำนวนพริกลง
สูตรน้ำจิ้มรสเด็ดสามารถเพิ่มลดส่วนผสมได้เล็กน้อย เพื่อให้ได้รสที่กลมกล่อมการทำน้ำจิ้มลูกชิ้น เพื่อขายคู่กับลูกชิ้นปิ้งเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงาน ควรทำอย่างน้อย 2 สูตร คือสูตรเผ็ดมากและเผ็ดน้อย หรือทำน้ำจิ้มสำหรับเด็กโดยไม่ใส่พริก เมื่อทานคู่กับผักสดจะทำให้ได้รสชาติยิ่งขึ้นค่ะ

ขอบคุณที่มาสูตร http://datacatalog.org/%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A…/
ขอบคุณภาพ ลูกชิ้นป้านก สถานีรถไฟบุรีรัมย์ อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/r…/02358cdf66ee492fb7544e97c63eaf4…
เครดิภาพเว้บ http://lekkathaifood.blogspot.com/2011/06/blog-post_586.html
ที่มา.Chomphoonut Panomai .

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แชร์สูตร เคล็ดไม่ลับการทำ "โจ๊กหมูสุโขทัย"แสนอร่อยให้อร่อยง่ายได้ที่บ้าน


เมนูอาหารในยามเช้ามักเป็นอะไรที่ง่ายๆแบบทานแล้วอิ่มท้อง หากว่าเป็นเมนูร้อนๆ ที่มีประโยชน์อย่าง "โจ๊กหมูสุโขทัย" ที่เนื้อโจ๊กเข้ากับเนื้อสัมผัสของลูกชิ้นหมูและความกรอบของเครื่องเคียง ที่สำคัญเครื่องยำที่ส่งถึงความแซ่บสะใจ เมนูนี้ครัวทีนิวส์บอกเลยว่าง่ายมากๆ และฟินเวอร์ เรามาลองทำไปพร้อมๆกันเลย!!!
ส่วนประกอบ
1. โจ๊กสำเร็จรูป 1 ถ้วย
2. หมูสับ หมูแดง ลูกชิ้นหมู
3. ถั่วฝักยาวลวกหั่นเฉียง
4. ผักชีไทยสับ 1 ช้อนโต๊ะ
5. ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
6. กระเทียมเจียว
7. ไข่มะตูม ครึ่งซีก
8. มะนาว 1 ซีก
9. ถั่วลิสง พริกป่น
10. แผ่นเกี๊ยวกรอบหรือแคบหมู
ขั้นตอนการทำ

1. ใช้โจ๊กสำเร็จรูปรสหมู
2-3. โรยหน้าด้วย หมูสับ หมูแดง ลูกชิ้นหมู และกระเทียมเจียว
4. ตามด้วยผักทั้งหลาย ถั่วฝักยาว ผักชีไทย-ฝรั่ง ใส่ได้ตามใจชอบเลยจ้า
5. ตามมาติดๆ ไข่มะตูมสัก 1 ซีก ปรุงรสแนวยำแซ่บๆด้วยมะนาว พริกป่น ถั่วลิสง
6. ปิดท้ายด้วยเครื่องเคียงของกรอบประเภทเกี๊ยว ปาท่องโก๋เล็ก หรือแคบหมูมากินแกล้มด้วย รับรองฟินสุดๆ

(เมนูนี้แนะนำให้ "ชิมก่อนปรุง" นะจ๊ะ เพราะรสชาติที่แซ่บนัว หอม หวานมันเค็มแอบเปรี้ยวนิดๆกำลังพอดี เพราะตัวโจ๊กสำเร็จรูปมีรสชาติเข้มค้นอยู่แล้ว!)

ขอขอบคุณ ที่มา http://www.doodiza.com/news7955.html

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สะเต๊ะลือ

วันนี้ทำ........สะเต๊ะลือ.......ตำรับ ม.ล เนื่อง นิลรัตน์ ขอกราบขอบพระคุณ คุณยายเนื่อง นิลรัตน์ไว้ด้วยนะคะ สะเต๊ะลือนี้หอมอร่อยมากค่ะ ในวันนี้ใช้เนื้อไก่นะคะ ส่วนผสมและเครื่องปรุงมีดังนี้ค่ะ
-------------------------------------------------------------------------------------
***ส่วนผสมและเครื่องปรุงนี้ บีกะเอาตามความชอบส่วนตัวนะคะ สำหรับไก่ 1กิโลกรัมค่ะ***
-------------------------------------------------------------------------------------
-เนื้อไก่ ติดหนังนะคะ ชุ่มฉ่ำดี หากไม่ชอบมันก็สันในไก่ค่ะ
-กะทิสด1ถ้วยสำหรับหมักไก่
-ลูกผักชี 2ช.ช
-ยี่หร่า 1ช.ช
-ถั่วลิสงคั่ว 3ช.ต
-หอมแดงหัวเล็ก 8หัว
-ขมิ้นผง 2ช.ช
-นมข้นหวาน3ช.ต
-น้ำปลา 2ช.ต
-น้ำตาลทราย 1ช.ต
-น้ำตาลปึก 1/2ช.ต
-เหล้า 2ช.ต
วิธีทำ นำเครื่องเทศทุกอย่างมาคั่วให้หอม ตำละเอียดพร้อมถ้่วลิสง ป่นละเอียด หอมแดงสับละเอียด ใส่กระทิสดลงไป1ถ้วย เครื่องปรุงอื่นๆทั้งหมดใส่ในเนื้อไก่ เคล้วให้ทั่ว หมักไว้ 1คืนค่ะ เช้ามาเสียบไม้ ย่างเตาถ่านหรือย่างกะทะสำหรับย่างน้ำหมักที่เหลือในถ้วยนำมาพรมไปเรื่อยๆจนไก่สุก หอมเครื่องเทศมากค่ะ อร่อยมันด้วยกะทิและถั่วลิสงป่น เค็มหวานกำลังดี แทบไม่ต้องใช้น้ำจิ้มเลยค่ะ ที่ทำอาจาดและน้ำจิ้มสะเต๊ะเพิ่มเพราะคุณแม่ชอบทานกับขนมปังย่างค่ะ
------------------------------------------------------------------------------------
***สูตรน้ำจิ้มสะเต๊ะ***
------------------------------------------------------------------------------------
-พริกแกง1/2ช.ต
-ถั่วลิสงป่น5ช.ต
-กะทิสด1ถ้วย
-น้ำตาลปี๊ย
-น้ำมะขามเปียก
-เกลือ
-น้ำปลา
-ผงกะหรี่คั่วให้หอม2ช.ช
-น้ำมันพืช2ช.ช
วิธีทำ นำพริกแกงมาผัดในน้ำมัน แล้วค่อยๆใส่กะทิลงไปใส่ถั่วลิสงป่นตามลงไปเคี่ยวไปเรื่อย พอเริ่มข้นใส่เครื่องปรุงลงไปชิมดูรสหวานนำ เค็มตาม เผ็ดเล็กน้อยถูกใจแล้วเคี่ยวต่อไปจนข้นดีแล้วปิดไฟ มาทำอาจาดกันต่อ
-------------------------------------------------------------------------------------
***ส่วนผสมเครื่องปรุงอาจาด***
-------------------------------------------------------------------------------------
-แตงกวา
-หอมแดง
-พริกชี้ฟ้า
-น้ำส้มสายชู
-เกลือ
-น้ำตาล
วิธีทำ ผสมน้ำส้สายชู น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟเคี่ยวจนละลาย พักไว้ให้เย็น นำแตงกวาซอย หอมแดงซอย พริกชี้ฟ้า ใส่ลงดองในน้ำส้มนี้รวหวานนำ เปรี้ยวตาม เค็มนิดๆ รับทานแก้เลี่ยนได้ค่ะ


ที่มา  https://web.facebook.com/photo.php?fbid=794470167330740&set=gm.784708014988935&type=3&theater

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

ทำฟองนมแบบง่ายๆ 3 ขั้นตอน ด้วยไมโครเวฟ


คอกาแฟต้องรู้ ! วิธีทำฟองนมเองที่บ้านง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟใน 3 ขั้นตอน ได้ฟองนมฟูฟ่องไว้โปะบนแก้วเครื่องดื่มแล้ว

          วันว่าง ๆ เกิดอยากจะลองทำเครื่องดื่มร้อน ๆ ที่มีฟองนมฟูฟ่องกินเองที่บ้าน แต่ดันไม่มีเครื่องตีฟองนม ถึงจะมีขายตามร้าน 60 บาทก็ตาม วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีทำฟองนมเองที่ง่ายกว่าไปซื้อเครื่อง เพราะแค่มีไมโครเวฟ คุณก็สามารถทำฟองนมฟูฟ่องไว้ตักโปะลงบนแก้วเครื่องดื่มเก๋ ๆ แล้ว ง่ายซะยิ่งกว่าง่าย

สิ่งที่ต้องเตรียม

           นมสด
           ขวด, โหลแก้วที่มีฝาปิด (หรือเชคเกอร์) 

วิธีทำ

Step 1 : เทนมสดประมาณครึ่งหนึ่งใส่ลงในภาชนะ (อย่าใส่ให้มากเกินไปเพื่อให้เหลือพื้นที่ให้ฟองนมขยายตัวด้วย)

Step 2 : ปิดฝาขวดโหลแล้วเขย่าประมาณ 30-60 วินาที จนนมสดเป็นฟองและฟูขึ้นเป็นสองเท่า

Step 3 : นำเข้าไมโครเวฟ 30 วินาที ให้สังเกตดูว่าฟองจะเริ่มเดือดและฟูขึ้น (**ถ้าใช้เชคเกอร์ให้เทนมใส่แก้วก่อน**)

Step 4 : ตักฟองนมลงในแก้วเครื่องดื่มที่ต้องการ

          หมายเหตุ : เมื่อตักฟองนมใส่แก้วเครื่องดื่มแล้วควรดื่มทันที เพราะฟองนมจะละลายเร็ว

     ที่มา Cooking.kapook.com

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

ไก่ย่างพริกไทยดำ หอมอร่อยทำง่ายๆ

1. ไก่ย่างพริกไทยดำ 

          เริ่มต้นด้วยสูตรไก่ย่างยอดนิยมอย่างไก่ย่างพริกไทยดำจาง ๆ กลิ่นหอม และมีรสเผ็ดเล็ก ๆ วิธีทำก็ง่าย ๆ แค่โขลกกระเทียม พริกไทยดำ และรากผักชี แล้วเอาไปหมักกับไก่พร้อมด้วยซอสปรุงรสอีกนิด แช่ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็เอาออกมาย่าง หรืออบ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย 

 ส่วนผสม

          -สะโพกไก่ 3 ชิ้น (หรือไก่ส่วนอื่น ๆ ตามชอบ)
          -กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
          -พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
          -รากผักชีสับหยาบ 2 ราก
          -ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
          -ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
          -ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
          - น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
          - น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

          1. โขลกกระเทียม พริกไทยดำ และรากผักชีเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่อ่างผสม

          2. ใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสพริก น้ำผึ้ง และน้ำมันมะกอกลงในส่วนผสมที่โขลกไว้ คนผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่สะโพกไก่ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

           3. นำไก่ไปย่างบนตะแกรง หรือในกระทะด้วยไฟอ่อน จนไก่สุกทั่วทั้งสองด้าน หรือนำไปอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ จากนั้นนำมาจัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ


ที่มา kapook.com

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

ข้าวเหนียวแดง ขนมไทยประจำวันสงกรานต์

ข้าวเหนียวแดง ขนมไทยประจำวันสงกรานต์

สูตรและวิธีการทำข้าวเหนียวแดง

ข้าวเหนียวแดง เป็นขนมไทยโบราณมีสองสีคือสีน้ำตาลแดงซึ่งได้จากการเคี่ยวน้ำตาล และสีเขียวใบเตยเป็นขนมที่นิยมใช้ในงานมงคลต่างๆ เช่น งานบวช งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ หรืองานแต่งงานเพราะมีความหมายว่าให้คู่สมรสมีชีวิตครอบครัวที่เหนียวแน่นเป็นปึกแผ่นมั่นคง การทำข้าวเหนียวแดงมีวิธีและขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากค่ะแต่ต้องมีความละเอียดอ่อนประณีตในการทำตามลักษณะของขนมไทยโบราณทั่วไป

สูตรและวิธีการทำข้าวเหนียวแดง
ส่วนผสม
1. ข้าวเหนียว(นิยมใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงู) 5 ถ้วย
2. กะทิคั้นใช้แต่หัวกะทิ 2.5 ถ้วย
3. งาขาวคั่ว ½ ถ้วย
4. น้ำตาลปีบ 500 กรัม

วิธีทำข้าวเหนียวแดง
1.ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด หากใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูแช่น้ำไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง

2.จากนั้นนำไปนึ่งให้สุกแล้วเทใส่ภาชนะหรือตะแกรงผึ่งให้เย็น

3.ผสมกะทิกับน้ำตาลปีบแล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวไฟปานกลางจนเป็นสีน้ำตาลแดง ลักษณะเหนียวเป็นยางมะตูม

4.ใส่ข้าวเหนียวที่ผึ่งไว้ลงไปกวนให้แห้งแล้วยกลงจากเตาเทใส่ในถาดโรยหน้าด้วยงาที่คั่วไว้แล้วตัดเป็นชิ้นหรือกดใส่ในพิมพ์เกลี่ยให้เรียบโรยหน้าด้วยงาขาว

เคล็ดลับความอร่อย
1.ภาชนะที่ใช้กวนควรเป็นกระทะทองเหลือง เพราะจะได้ความร้อนที่สม่ำเสมอ

2.ขั้นตอนการนึ่งข้าวไม่ควรนึ่งนานจนทำให้เม็ดข้าวบาน เพราะจะทำให้ข้าวเหนียวแดงแฉะ

3.ข้าวเหนียวแดงที่อร่อยเมล็ดข้าวต้องไม่แข็ง ซึ่งขึ้นอยู่กับขั้นตอนการเคี่ยวน้ำตาลและการใส่ข้าวเหนียวลงไปกวนหากกวนนานจนแห้งน้ำตาลจะรัดตัวทำให้ข้าวเหนียวแข็งได้

****ทราบวิธีทำและเคล็ดลับความอร่อยของข้าวเหนียวแดงขนมไทยโบราณกันแล้ว อย่าลืมนำไปทดลองทำนะค่ะ เพราะนอกจากการทำขนมหวานไทยโบราณจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนทำแล้ว ยังสามารถทำขายเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

Cr. http://datacatalog.org/
ขอบคุณภาพจาก google

บลอนดี้ (Blondie)


บลอนดี้ (Blondie) เป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา บลอนดี้เป็นขนมเค้กชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับขนมบราวนี่ ส่วนประกอบทุกอย่างเหมือนกันหมด ต่างกันตรงบลอนดี้จะไม่ใส่ชอคโกแลตและผงโกโก้ลงไปในเนื้อเค้ก แต่จะใส่น้ำตาลทรายแดงเพื่อเป็นตัวเพิ่มสีสันให้ออกสีทองเมื่ออบเสร็จ
บลอนดี้สูตรของไผ่ จะใส่ชอคโกแลตชิพและถั่วพีแคน เป็นสไตล์บลอนดี้ดั้งเดิมแบบอเมริกันค่ะ ใครชอบพวกผลไม้อบแห้งอย่างลูกเกด แครนเบอร์รี้ อะไรพวกนี้ หรือถั่วต่างๆ ก็ใส่ลงไปได้เลยนะคะ หรือใครอยากจะ topping ด้วย โอรีโอ้, m&m,kitkat ก็ตามแต่ไอเดียจะบรรเจิดกันเลยจ้า..
มาดูส่วนประกอบและวิธีทำกันเลยจ้า
🍫Chocolate pecan Blondie
"ชอคโกแลตพีแคนบลอนดี้"🍫
🍰ส่วนประกอบ
เนยจืดละลาย 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายแดง 1/2ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว 1/3 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 1ฟอง
วนิลาสกัด 2ช้อนชา
แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
ชอคโกแลตชิฟ แบบsemi sweet 3/4 ถ้วยตวง
ถั่วพีแคนสับเป็นชิ้นเล็กๆ (ใส่ไม่ใส่ก็ได้)
🍰วิธีทำ
1. นำเนยจืดไปละลาย พักให้เย็นที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลทรายลงไป
ตีผสมจนเข้ากันดี (ใช้สปีดกลางตีประมาณ2นาที)
2. ตอกไข่ใส่ลงไป เติมวนิลาสกัดลงไป แล้วตีผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. ใส่แป้งและเกลือป่นลงไป ตีส่วนผสมที่สปีดต่ำสุด ให้เนื้อพอเข้ากันดี อย่าตีนานเกินไป
จะทำให้ส่สนผสมเหลวเกิน (ขั้นตอนนี้อาจใช้พายยางช่วย)
4. เติมชอคโกแลตและถั่วลงไป
5. รองก้อนพิมพ์ด้วยกระดาษรองอบ นำเข้าอบที่ไฟบนล่าง 350F เวลา 25-30นาที จนหน้าเปลี่ยนเป็นสีทอง
6. เมื่อสุกนำออกจากเตาพักบนตะแกรงทันที (ยกทั้งกระดาษรองอบ) รอให้เย็นจึงนำมาตัดแบ่ง
**อาจใช้ผลไม้อบแห้ง หรือถั่วต่างๆใส่ลงไปตามใจชอบค่ะ**
ที่มา https://web.facebook.com/bambiekitchen/photos/pcb.880284848691651/880284772024992/?type=1&theater

กุ้งสะเต๊ะ

รู้จักกุ้งสะเต๊ะครั้งแรกที่ตลาดน้ำบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ตลาดนี้ของอร่อยๆเยอะ ได้ทาน ปี 52-53 นี้ล่ะ แม่ค้าขายในเรือเหมือนตามตลาดน้ำทั่วๆไป ทานครั้งแรก รู้สึกแปลกแต่อร่อย เพราะเป็นคนชอบทานกุ้งมาก (สาวเมืองนนท์น่ะ) กุ้งของเค้าสด เนื้อกรอบ เราว่าเคล็ดลับการทำกุ้งสะเต๊ะส่วนนี้สำคัญทีเดียว เพราะเคยไปทานอีกที่นึงในเยาวราช ไม่นานนี้เอง กุ้งไม่สด รสชาติความอร่อยหายไปเยอะเลยทีเดียว ทั้งที่ๆ น้ำจิ้มสะเต๊ะและอาจาดของเค้าอร่อย กลมกล่อมมาก!!!!!!!

วิธีทำกุ้งสะเต๊ะ
1. เนื้อกุ้งแกะเปลือก เหลือหางกุ้งไว้สวยๆ 150 กรัม
2. ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา
3. กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
4. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
5. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
7. น้ำกะทิ 1/2 ถ้วย

วิธีปรุง
1. นำผงกะหรี่ กระเทียมสับ ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรมมาผสมเข้าด้วยกัน

2. นำเนื้อกุ้งลงไปคลุกเคล้าเครื่องปรุง หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ในตู้เย็น

3. เตรียมเตาย่าง (จะใช้เตาไฟฟ้าก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สะดวกใช้เตาถ่าน) นำกุ้งมาเสียบไม้เตรียมไว้

4. พอเตาร้อนนำกุ้งมาย่างระหว่างย่างคอยทาด้วยน้ำกะทิจนสุก

5. เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสะเต๊ะและอาจาด

สำหรับน้ำจิ้มสะเต๊ะ
1. น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนชา
2. เกลือ 1/2 ช้อนชา
3. น้ำตาลแดง 2 ช้อนโต๊ะ
4. กะทิ 1 ถ้วยตวง
5. น้ำร้อน 1/2 ถ้วยตวง
6. ถั่วลิสงบด 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำน้ำจิ้มสะเต๊ะ
1. ผสมน้ำกะทิกับน้ำพริกแกงให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย น้ำตาล, เกลือ ให้รสหวานนำรสเผ็ด

2. ใส่ถั่วลิสงบดลงไป และนำไปเคี่ยวบนไฟอ่อน

3. ตักใส่ถ้วยน้ำจิ้ม เสริฟพร้อมกับกุ้งสะเต๊ะ (หรือหมูสะเต๊ะ)

สำหรับอาจาด
1. น้ำส้มสายชู 125 มิลลิลิตร
2. น้ำตาล 115 กรัม
3. แตงกวาซอย 1/2 ลูก
4. หอมแดงซอย 2 ลูก
5. พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด (เอาเม็ดออก, หั่นขวางเป็นแว่น)
6. ผักชี (สำหรับแต่งหน้า)

วิธีทำอาจาด
1. นำน้ำส้มและน้ำตาลใส่หม้อและนำไปตั้งไฟอ่อนๆ คนจนกระทั่งน้ำตาลละลาย ปิดไฟ

2. ปล่อยให้เย็น จากนั้นใส่แตงกวา, หอมแดง และพริก คนให้เข้ากัน

Cr. http://th.openrice.com/
Cr. http://www.ezythaicooking.com/
ขอบคุณภาพจาก google

ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้

วัตถุดิบ สำหรับ 30 ห่อ
1. น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
2. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ
3. มะพร้าวทึนทึกขูด
4. แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม
5. น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร
6. กะทิ 800 มิลลิลิตร
7. แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม
8. กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
9. ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน
10. ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม

วิธีทำ
1. นำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็น 2 ขนาด ฉีกใบตองชั้นนอก 5 นิ้ว และสำหรับชั้นใน 4 นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย

2. นำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อน กวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น ผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป

3. นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป เปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น 1 นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด

4. เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง 2 ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง 2 แผ่น ชนกัน

5. นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด

6. นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็นก่อนเสิร์ฟ

Cr. http://food.mthai.com/food-recipe/95944.html
ขอบคุณภาพจาก google

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

สูตรหมูปิ้ง 7 สูตร


สูตรหมูปิ้ง 7 สูตร
ขอให้อร่อยกันทั่วๆทุกๆ คนค่ะ
FB.Thai foods and Bakery's
By.Sujitra Lw
ตามรูปใช้สูตรที่ 7 คะ
‪#‎สูตรที่‬ 1
เครื่องปรุง
เนื้อหมู เอาติดมันก็ได้ หรือ เนื้อสันก็ดี 1 กิโลกรัม
ซีอิ้วดำ 1/2-1 ชต. นมข้นจืด 3-4 ชต. หรือนมสด 1 ถ้วย
น้ำตาลปิ้บ 1/2 ถ้วย น้ำตาลทรายนิดหน่อย น้ำมันหอย นิดหน่อย
ซีอิ้วขาวเห็ดหอม 2-3 ชต
กระเทียม รากผักชี พริกไทย 2ชต.
น้ำมันมะกอก 2-3ชต.
ผสมกันเสร็จชิมดูก่อนว่ารสออกมาแบบไหน ถ้าชอบหวานชอบเค็มก็เต็มเพิ่มลงไป
วิธีทำ
ล้างหมูให้สะอาดแล้วแล่ อย่าบางมากคลุกเคล้ากับส่วนผสมแล้ว แช่ในตู้เย็นสัก 1-2 วันค่อยนำออกมาเสียบไม้ปิ้ง หรือ เจ้าของสูตรเดิมเขาเสียบไม้ไว้เลยแล้วแช่ฟิต 3 วัน ค่อยเอาออกมาปิ้ง แช่ฟิตจะทำให้หมูนุ่มมาก ๆ เวลา ปิ้งน้ำปรุงที่เหลืออย่าทิ้งนำน้ำกะทิมาผสม ตอนปิ้งก็ใช้น้ำปรุงนี้ทาลงไปที่หมูกำลังปิ้งเพื่อให้หยดลงไปถ่านกำลังร้อน ๆ จะได้มีควันหอม ๆ รมหมูด้วย
#สูตรที่ 2 หมูปิ้งรสชาววัง
เครื่องปรุง
1.หมูสันนอก 1 กิโลกรัม
2.น้ำมันหอย 1/2 ถ้วย
3.ซอสปรุงรส 1/2 ถ้วย
4.น้ำปลา 1/2 ถ้วย
5.น้ำตาลปี๊ป 300 g.
6.แป้งมัน 1/4 ถ้วย
7.น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
8.กระเทียม พริกไทย รากผักชี (ตามแต่ชอบค่ะ อันนี้แล้วแต่เลย ชอบมากก็ใส่มากหน่อย)
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อหมูให้เป็นชิ้นบางๆพอคำนะคะ อันนี้ยิ่งบางเท่าไหร่เครื่องปรุงก็เข้าเนื้อมาก เวลาเสียบไม้ย่างได้ใช้เวลาไม่นาน แล้วเครื่องปรุงก็เข้าเนื้อได้ดีกว่าชิ้นใหญ่ๆค่ะ
2. นำกระเทียม พริกไทย รากผักชี โขลกรวมกัน และ ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี
3. นำเนื้อหมูที่หั่นไว้แล้วคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง ใช้มือนวดเบาๆ แบบใจเย็นๆ ให้น้ำแห้งหมาดๆ (ใช้เวลาประมาณ 25 นาที)
4. นำหมูที่นวดเสร็จแล้ว แช่ตู้เย็นช่องฟรีซอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องปรุงเข้าในเนื้อและจะทำให้หมูนุ่มได้ที่
5. ครบกำหนดเวลา นำหมูมาเสียบไม้ ตามความยาว แล้วเรียงใส่กล่อง ให้สวยงาม แล้วนำเข้าช่องเย็นอีกที ก่อนนำมาปิ้งนะคะ
#สูตรที่ 3 หมูปิ้งรสดั้งเดิม
เครื่องปรุง เนื้อหมู 600 กรัม
กระเทียมกลีบใหญ่ 5-6 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/3 ถ้วย
วิธีทำ
1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร
2. ปลอกเปลือกกระเทียม ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปโขลกให้ละเอียดพร้อมพริกไทยเม็ด
3. นำกระเทียมพริกไทยที่โขลกได้ใส่ลงไปในเนื้อหมูที่หั่นไว้ เติมเครื่องปรุงต่างๆ และกะทิ 3 ช้อนโต๊ะลงไป คลุกเคล้าเครื่องปรุงต่างๆ ให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืน
4. เมื่อหมักได้ที่แล้ว นำเนื้อหมูที่ได้มาเสียบไม้ (ก่อนเสียบไม้ให้นำไม้ไปแช่น้ำไว้ก่อนประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยไม่ให้ไม้ไหม้)
5. เริ่มต้นทำการปิ้งโดยวางหมูที่เสียบไม้เรียบร้อยแล้วลงบนตะแกรง นำหัวกะทิที่เหลือมาทาให้ทั่วทุกไม้
#สูตรที่ 4 หมูปิ้งรสนมสดดั้งเดิม
เครื่องปรุง
1. เนื้อหมู 1 kg.
2. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
3. กระเทียมกลีบเล็กปลอกเปลือก ประมาณ 2 หัว
4. รากผักชี 5-6 ราก
5. เกลือป่น 1 ช้อนชา
6. นมข้นจืด 3 – 4 ช้อนโต๊ะ สำหรับหมัก 3 ช้อนโต๊ะ สำหรับย่าง
7. น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วย
8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
9. ซีอิ้วดำ 1/2 – 1 ช้อนโต๊ะ
10. แป้งมัน หรือแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. หันหมูเป็นชิ้นและบางตามความค้องการ
2. นำกระเทียม รากผักชี พริกไทย มาตำละเอียด
3. นำเครื่องปรุงทั้งหมดมาคลุกเคล้ากับหมูเพื่อหมัก ประมาณ 1 – 2 ชม. ใส่ตู้เย็น แล้วนำหมูมาเสียบไม้
4. ย่างหมูครับ ไฟพอประมาณ เวลาย่างก็เอานมข้นจืดทาหมูด้วยนะคะ ใช้กะทิสดแทนก็ได้ถ้าไม่ใช้นม
#สูตรที่ 5 หมูปิ้งรสนมสดรสกลมกล่อมเน้นเนื้อนุ่มเหนียว
เครื่องปรุง สำหรับหมักหมู 1 กิโลกรัม
พริกไทยป่น 1 ช้อนชาตำรวมกับกระเทียมกลีบเล็ก ไม่ต้องปอกเปลือก 1 หัวโต ๆ
ซีอิ้วดำ 1/2 – 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
นมข้นจืด 3 – 4 ช้อนโต๊ะ (อย่าใส่มากเกินไป เพราะหมูจะลื่นทำให้เสียบไม้ลำบาก)
น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วย และ น้ำตาลทรายนิดหน่อย พอให้ออกรสหวานปะแล่ม ๆ
วิธีทำ
แล่ เนื้อหมูตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำเครื่องหมักทั้งหมดลงผสม ขยำให้เข้ากันสักครู่แล้วนำไปเสียบไม้ เสร็จแล้วนำใส่ในกล่องมีปิดฝา เก็บในตู้เย็นในช่องแข็ง 2 – 3 วัน ก่อนนำมาปิ้งกับเตาถ่านให้สุก รับประทานกับข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ
#สูตรที่ 6 หมูปิ้ง….ควันโขมงยามเช้า
- หมูเนื้อสะโพกมีมันแทรก หั่นชิ้นเล็กแบบไว้เสียบไม้ปิ้ง 2 ก.ก.
- รากผักชี พริกไทย กระเทียม โขลกละเอียด 5 ช.ต.
- น้ำกะทิสด 3 ถ้วย
- เกลือป่น 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา ครึ่งถ้วย
- น้ำตาลปี๊บ ครึ่งถ้วย ประมาณขีดกว่า ๆ
- ซอสปรุงรสภูเขาทอง 5 – 6 ช.ต.
- เหล้าจีน 2 – 3 ฝา (ไม่มี ไม่ต้องใส่ก็ได้นะ)
เอาส่วนผสมทั้งหมด ลงเคล้าให้เข้ากันในโถผสมหรือกาละมังก็ได้ค่ะ นวดหมูให้นุ่มและน้ำปรุงซึมซับดี ๆ นวดอย่างน้อย 15 นาที แล้วหมักทิ้งไว้ 2 – 3 ช.ม. ระหว่างนั้นแวะมากลับ มานวดซ้ำ มาคลุกหมูที่หมักไว้บ้าง เสร็จแล้วนำมาปิ้งบนเตาถ่าน

นานๆจะปิ้งค่ะแต่ก็อร่อยตลอด หมูที่ทำต้องเป็นหมูติดมันนะค่ะเวลากินกับข้าวเหนียวแล้วอร่อยดีค่ะ ส่วนประกอบที่ทำบางทีก็ครบบางทีก็ขาดค่ะกะๆเอาตามวัตถุดิบที่เรามี
อย่างเช่นวันนี้ก็เป็นหมูปิ้งหมักวิปปิ้งครีม อร่อยนะค่ะเคยลองรึเปล่าเอ่ยยยยย
วันนี้หมักนิดเดียวค่ะแตงใช้
#สูตรที่ 7 หมูปิ้งวิปครีม#By.sujitra lw.
‪#‎เครื่องปรุง‬
1. หมูติดมันหั่นเป็นชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่ 400-500
2. พริกดำ 1/2 ชล
3. น้ำเปล่า 1/3 ถต
4. ใบพลาสลี่แห้ง 1 ชช(ไม่มีสับใบผักชีใส่ค่ะ)
5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
6. วิปปิ้งครีม 1/3 ถต(ไม่มีใช้หัวกระทิข้นๆค่ะ)
7. น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ(ลดได้ค่ะ)
8. ซีอิ้วดำ 1/2 ช้อนชา
9. แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ(หรือแป้งข้าวโพด)
10.ชูรสปลายช้อน
11.น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
12. ซอสปรุงรส 1/2 ชช
13.ผงกระเทียม 1/2 ชช(หรือกระเทียมสดโขลกละเอียดเมล็ดใหญ่ 4-5กลีบ)
วิธีทำ
1. ล้างหมูให้สะอาดแล้วหั่นหมูเป็นชิ้นพักไว้ก่อน
2. นำเครื่องปรุงทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใช้มือนวดกับหมูเพื่อให้เครื่องปรุงทั้งหมดซึมเข้าใปเนื้อประมาณ 10 นาที(หรือว่าไม่นวดก็หมักทิ้งไว้1-2ชม)แล้วนำหมูมาเสียบไม้ ส่วนน้ำหมักอย่าทิ้งนะค่ะเอาไว้ทาตอนปิ้งค่ะ
3. เอาหมูที่เสียบแล้วไปย่างที่เตาใช้ไฟอ่อนๆ ปิ้งจนสีสวยทั้งสองด้าน ให้เอาน้ำหมักซอสที่เราหมักทาหมูแล้วย่างให้หอม พอสุกถ้าอยากให้หมูมันเงาให้เอาน้ำมันมาทานิดหน่อยค่ะ
ขอให้อร่อยกันทั่วๆทุกๆ คนค่ะ
FB.Thai foods and Bakery's
By.Sujitra Lw

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การทำหมูสวรรค์ เนื้อสวรรค์


เงินลงทุน :   ประมาณ 8,500 บาท (หม้ออบไฟฟ้า ราคาประมาณ 4,000 บาท เตาแก๊สพร้อมถัง ราคา 2,500 บาท       ฆ้อนทุบหมู ราคา 50 บาท)
รายได้ :   ประมาณ 300 บาทขึ้นไป/กิโลกรัม
วัสดุ/อุปกรณ์   :   หม้ออบไฟฟ้า ฆ้อนทุบหมู ตะแกรงตากหมู เตาแก๊สพร้อมถัง กะละมัง กระทะ ตาข่ายพลาสติก PVC ถุงพลาสติก
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์   :   ร้านค้าย่านสำเพ็ง คลองถม
วิธีทำ   :
ส่วนผสมหมูทุบ
- เนื้อหมูสะโพกหลัง 5 กิโลกรัม
- เกลือป่น 5 ช้อนชา
- น้ำปลา 5 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 5 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนชา
วิธีทำ   :
1. ล้างหมูให้สะอาด และแล่ออกตามความยาวให้หนาพอสมควร ผสมเกลือป่น พริกไทย และน้ำตาลปี๊บ คลุกให้เข้ากันทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน แล้วนำไปแผ่บนตะแกรงคลุมด้วยตาข่าย ผึ่งแดดให้แห้ง
2. นำเนื้อหมูที่ผึ่งแดดแห้งแล้วมาอบโดย ใช้ไฟอ่อน ๆ (ระวังอย่าให้แห้งหรือไหม้ เพราะเวลาทุบจะไม่ฟู) เมื่อสุกแล้วจึงนำมาทุบเบาะ ๆ ในขณะที่ยังร้อนอยู่เพื่อให้เนื้อหมูยุ่ยออกจากกัน
3. นำหมูทุบใส่ถุงพลาสติกปิดผนึกให้สนิท เพื่อนำไปจำหน่าย
ส่วนผสมหมูสวรรค์
- เนื้อหมูสะโพกหลัง 5 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 7 ขีด
- น้ำตาลปึก 3 ขีด
- น้ำปลา 2 ขีด
- เมล็ดผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
- ยี่หร่า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 กิโลกรัม
วิธีทำ   :
1. นำเนื้อหมูมาล้างให้สะอาด แล่เป็นชิ้นบาง ๆ แบ่งยี่หร่าและเมล็ดผักชีออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งนำไปโขลกให้ละเอียด อีกส่วนหนึ่งบุบให้พอแตกเล็กน้อย
2. นำน้ำตาลทราย น้ำตาลปึก น้ำปลา เมล็ดผักชีและยี่หร่ามาคลุกเคล้ากับเนื้อหมูให้ทั่ว แล้วใส่ภาชนะปิดให้มิดชิดหมักไว้ 5 – 12 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปวางแผ่บนตะแกรง คลุมด้วยตาข่าย ผึ่งแดดให้แห้ง
3. นำเนื้อหมูที่แห้งแล้วใส่ภาชนะผึ่งลมไว้สัก 1 คืน (เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหมูแข็งและเหนียวเมื่อนำไปทอด) จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมตามขนาดที่ต้องการ และตัดเอามันออก (เพราะเวลาทอดจะทำให้มีกลิ่นเหม็นหืน) แล้วจึงนำไปทอดกับน้ำมันด้วยไฟปานกลางจนสุก
4. นำหมูสวรรค์ใส่ถุงพลาสติก ปิดผนึกให้สนิท เพื่อนำไปจำหน่าย
วิธีทำเนื้อสวรรค์ :   เหมือนกับการทำหมูสวรรค์ทุกอย่าง เพียงแต่เปลี่ยนส่วนผสมจากเนื้อหมูเป็นเนื้อวัวเท่านั้น
ตลาด/แหล่งจำหน่าย :   ทำขายเองที่บ้าน ตลาดสด หรือทำส่งตามร้านค้าทั่วไป มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ต
สถานที่ฝึกอบรม :
1. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครใต้ โทร. 211-2052, 211-2056
2. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตโชติเวช โทร. 282-8531-2, 281-0545
3. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดทุกจังหวัด
ข้อแนะนำ :
1. เมื่อซื้อเนื้อหมูหรือเนื้อวัวแล้ว สามารถให้แม่ค้าแล่เป็นชิ้นบาง ๆ ขนาดตามต้องการได้ แม้จะคิดราคาเพิ่มขึ้น แต่จะสะดวกรวดเร็วกว่ามาแล่เอง และเนื้ออาจหนาบางไม่เท่ากัน
2. เนื้อหมูหรือเนื้อวัวต้องผึ่งแดดให้แห้งสนิทจริงๆ โดยสังเกตได้จากการที่จะร่อนออกจากตะแกรงโดยง่าย
3. หากมีเงินลงทุนมากอาจซื้อเครื่องปิดผนึกถุงพลาสติกราคาประมาณ 2,500 บาท มาใช้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและสวยงาม
ที่มา http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/22198/