วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

กำลังใจ

• ‘กำลังใจ’ นั้นมีความหมายเป็น ‘พลังขับเคลื่อนชีวิต’ จริงๆ
ไม่ใช่แค่อุปมาอุปไมย
ไม่คิดถึงก้าวสุดท้าย เลยเป็นเหตุให้ไม่มีกำลังใจ
ไม่มีกำลังใจ เลยเป็นเหตุให้ก้าวแรกล้มเหลว
แต่คิดถึงก้าวสุดท้ายมากๆ เป็นเหตุให้ท้อถอย
ท้อถอยมากๆ เป็นเหตุให้ไปไม่ถึงก้าวสุดท้าย

• อุปสรรค
เป็นสิ่งที่เราเห็นอยู่ในก้าวปัจจุบัน
ก้าวปัจจุบันจึงเป็นก้าวที่น่าเบื่อ 
เหมือนกลิ่นเหม็นบูด
ส่วนก้าวสุดท้ายเป็นก้าวที่สดใส 
เหมือนกลิ่นหอมหวน
ศรัทธาในก้าวสุดท้าย จึงปรุงแต่งให้ก้าวนี้หอมขึ้น
สดใสสว่างขึ้นกว่าเดิม ไม่มากก็น้อย

• แต่การเรียกร้องกำลังใจเกินเหตุ
ก็อาจกลับข้างเป็นตัวบั่นทอนพลังขับเคลื่อน
ได้เหมือนกัน
เช่นการคิดถึงก้าวสุดท้ายมากๆ
ก็เป็นเหตุให้รู้สึกเหมือนไกลเกินเอื้อม
อยู่ห่างสุดกู่จากจุดเริ่มต้น ชวนให้นึกท้อ อยากถอย
ท้อถอยมากๆเป็นเหตุให้ไปไม่ถึงก้าวสุดท้ายเสียที

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

• หากคิดเป็นสัดส่วนที่อยู่ตรงกลางจริง
แบ่งความคิดเป็นสิบส่วน
อนุญาตให้คิดถึงก้าวสุดท้ายได้หนึ่งส่วน
อีกเก้าส่วนต้องคิดถึงก้าวปัจจุบัน

เพราะด้วยสัดส่วนนี้จะทำให้เกิดการประเมินผลว่า..
"มาไกลแค่ไหนแล้ว ?"
"ทำมาได้ถึงไหนแล้ว ?"
เพื่อจะได้เกิดแรงจูงใจให้ก้าวต่อไปอีก
ในวันรุ่งขึ้น

แต่หากคิดถึงก้าวสุดท้ายตั้งแต่สี่ส่วนขึ้นไป
จะกลายเป็นความรู้สึกว่า..
"เมื่อไหร่จะถึงสักที ?" เลื่อนลอยจัง
ชาตินี้คงไม่มีหวังกับเขาหรอก

ทั้งนี้ อัตราส่วนทางความคิดถึงก้าวสุดท้าย
ใช้ได้ทั้งกับทางโลกและทางธรรมครับ
เพราะระบบความคิดที่ถูกจัดสรรไว้ให้อดีต
กับอนาคตมากเกินไป
จะเป็นตัวยับยั้งความเคลื่อนไหว
ไม่ใช่กระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหว

.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. 

• เหตุถูกผลย่อมถูก
คนก้าวเดินไปเรื่อยๆ ก็ออกห่างจากจุดเริ่มต้นมาเรื่อยๆ
และเหตุผิดผลย่อมผิด
คนที่เอาแต่คิดถึงจุดสุดท้ายไปเรื่อยๆ
ก็จะพบว่าตนเองย่ำอยู่กับที่ไปเรื่อยๆเช่นกัน

• ความฟุ้งซ่านกับท้อถอย
เป็นผลจากการ ‘ย้ำคิด’ ว่าไปไม่ถึงไหน
ส่วนความสงบกับกำลังใจ 
ก็เป็นผลจากการ ‘ทำจริงๆ’
เห็นตัวเอง ‘กำลังรุดหน้า’ อยู่จริงๆ
ไม่ใช่เอาแต่คิดถามว่ามาถึงไหนแล้ว
และมองหาอนาคตที่ไม่เห็นอยู่นั่นแล้ว

• เดินสายกลางคือเดินอยู่ที่ก้าวไหน 
สติก็อยู่กับก้าวนั้นครับ

• ถ้าเมื่อใดรู้สึกว่า
เดินอยู่ที่ก้าวไหนสติก็อยู่กับก้าวนั้น
นั่นแหละควรเป็น ‘กำลังใจ’
ความเชื่อมั่นในตนเอง
กับศรัทธาในการไปให้ถึงก้าวสุดท้าย
จนได้ในวันหนึ่งครับ

#ดังตฤณ
http://www.facebook.com/dungtrin

"กลุ่มอาการกตัญญูเฉียบพลัน" (Acute กตัญญู syndrome)


"กลุ่มอาการกตัญญูเฉียบพลัน" (Acute กตัญญู syndrome)

หลายครั้งเมื่อต้องดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือโรคมะเร็งที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พบได้เสมอๆที่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้วการรักษาทำได้แค่ประคับประคองและทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายและมีรู้สึกมีค่ามากที่สุด เพื่อจะรอให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ (Palliative care) หลายครอบครัวเลือกที่จะไม่ปั้มหัวใจ ไม่ใส่ท่อช่วยหัวใจ เพราะไม่อยากให้ผู้ป่วยต้องทรมาณกับผลแทรกซ้อนจากการใส่ท่อ และการปั้มหัวใจเช่น ซี่โครงหัก ปอดฉีก และไม่อยากให้ทรมารกับตัวโรคที่มีแต่จะแย่ลงเรื่อย เช่นมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วซี่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่างๆเช่นปวดกระดูกมาก หายใจเหนื่อย แน่นท้องมาก และอาการอื่นๆที่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดทรมาณ และคนที่น่าสงสารที่สุดคงเป็นญาติที่คอยดูแลใกล้ชิดอยู่ทุกๆวัน ได้เห็น และเข้าใจความทุกข์ของผู้ป่วยดี คนดูแลกลุ่มนี้มักจะทำใจได้และพร้อมที่จะให้คนที่รักที่สุดจากไปอย่างสงบเมื่อถึงเวลา แม้ว่าการลาจากจะทำให้เศร้าเสียใจอย่างที่สุด และขณะเดียวกันจะมีญาติอีกพวกนึง ร้อยวันพันชาติ ไม่เคยมาดูแดพ่อแม่ ปู่ย่า ที่ป่วยไข้เลย แต่พอถึงจุดสุดท้ายผู้ป่วยใกล้จะเสียชีวิตถึงจะมาเยี่ยม พวกนี้มักเกิดอาการ "กตัญญูเฉียบพลัน" ยกตัวอย่าง คำที่ญาติที่มีอาการกตัญญูเฉียบพลันมักพูดให้หมอได้ยินบ่อยๆคือ "หมอทำเต็มที่เลย จะปั้มหัวใจ จะใส่ท่อ ทำยังไงก็ได้ให้คนไข้รอด" สุดท้ายหมอต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องปั้มหัวใจ จนซี่โครงหัก ปอดฉีก คนไข้บางคนเจ็บปวดทรมาณมากขึ้นกว่าเดิม และท้ายที่สุดก็ยังเสียชีวิตอยู่ดี คงบอกไม่ได้ว่าอะไรดีกว่าระหว่างยื้อไว้อีกนาที ชั่วโมง วันนึง หรือให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ ..... ประเด็นคือบางครั้งญาติกลุ่มหลังอยากให้หมอช่วยทั้งๆที่ รู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็ไม่ไหวแล้ว แต่อยากให้หมอช่วยเพียงเพราะอยากให้รู้ว่าตัวเองยังมีความกตัญญูห่วงใยไม่อยากให้คนไข้จากไป......

จะดูแลคนที่รัก จะดูแลพ่อแม่ทำตั้งแต่วันนี้วันที่ท่านยังอยู่กับเรา อย่ารอจนมีอาการกตัญญูเฉียบพลัน....


ที่มา ที่เห็นและเป็นอยู่

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

กระเป๋าโซล่าเซลล์

กระเป๋าโซล่าเซลล์

Solar Bag กระเป๋าเป้ไฮเทค ใช้เป็นแหล่งชาร์ตพลังงานแบบเคลื่อนที่ ไอเดียดีๆ เหมาะสำหรับนักเดินทาง มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบรีชาร์จ ที่สามารถเก็บสะสมพลังงานสำหรับการใช้งานในอนาคต ทั้งยังมีหลายพอร์ตให้สามารถต่อเชื่อมได้ เพื่อชาร์จโทรศัพท์มือถือ MP3 และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

เป้ไฮเทคนี้จะประกอบด้วย 4 ส่วนประกอบ คือ ตัวกระเป๋า แถบโซล่าเซลล์ ชุดชาร์ตแบตเตอร์รี่ และชุดดัดแปลง (adapters) กระเป๋าเป้โซล่าเซลล์นี้ สามารถชาร์ตได้เฉพาะเครื่องใช้ ไฟฟ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป PDA GPS เครื่องเล่นเกมส์ PSP และ MP3 เท่านั้น ซึ่งน่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่สามารถชาร์ตคอมพิวเตอร์ laptops ได้

กระเป๋าโซล่าเซลล์นี้มีน้ำหนักเบา ทนทาน กันน้ำได้ แผงโซล่าเซลล์สามารถผลิตไฟฟ้ากำลังไฟ 2.7-4 วัตต์ ทำให้ชาร์ตพลังงานได้อย่างรวดเร็ว และพลังงานที่เกินจากการชาร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้าปกติ จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ (Li Ion) ซึ่งคุณสามารถดึงพลังงานมาใช้งานได้ในยามไม่มีแสงแดด



เวลาโดยประมาณเมื่อชาร์ตในภาวะได้รับแสงแดดเต็มที่
- โทรศัพท์มือถือ 1.5-3 ชั่วโมง
- กล้องถ่ายภาพดิจิตอล (5.8V) 2-4 ชั่วโมง
- เครื่องเล่น MP3 1-3 ชั่วโมง



ที่มา : สำนักนวัตกรรม

solar roof ..ที่นี่ .. ประเทศไทย..

Solar roof ..ที่นี่ .. ประเทศไทย..

ตามประกาศจากหน่วยงานของรัฐ สำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์อาคารบ้านเรือน ขนาด 5 กิโลวัตต์ ต่อหลัง.... ดู..แล้ว..งง.. 8 จังหวัด .. ให้ติด 5 หลังคาเรือน .. แล้วจะตกจังหวัดละกี่หลังคาเรือน...เสมือนมีขนม 5 ชิ้น เรียกเด็กมารับ 8 คน.. แบ่งไ่ม่ได้.. จะต้องมีเด็กที่ไม่ไ้ด้กินขนม 3 คน เดินคอตก กลับบ้าน....แค่นี้ยังไม่พอ .. ก้ต้องมีการส่งคำขอ .. อาจจะมากกว่าการที่เด้กสอบเอ็นทรานซ์ คณะดี ๆ สมัครเป็นหมื่น .. แต่..รับแค่ 100 .. คน

แล้วที่ให้ติดโซลาร์ 5,000 วัตต์ กับค่าใช้จ่าย 300,000.- บาท .. ตกวัตต์ละ 60 บาท... เอาว่า ติดเอง แบบที่เดินทางสอนและติดทั่วประเทศ.. ใช้แผ่นอะมอร์ฟัสไวแสงจากญี่ปุ่น 121 วัตต์ ราคา 5,000.- บาทต่อแผ่น ใช้ทั้งหมด 42 แผ่น เท่ากับ 5,040 วัตต์ คิดเป็นราคาแผ่น 210,000.- บาท และ กริดไทด์ 3,000 วัตต์ ญี่ปุ่น ราคาประมาณ 30,000.- บาท ค่าโครงเหล็ก สาย เบรกเกอร์ ประมาณ 12,000.- บาท รวมทั้งสิ้น 252,000. - บาท... นี่ใช้ของญี่ปุ่น ของคุณภาพแล้วนะ .

. แต่ ช้าก่อน เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา มีโครงการโซลาร์เือื้ออาทร ได้มีการปรับภาษีนำเข้าโซลาร์เซลล์ ให้เหลือ 0 % นับตั้วแต่นั้นมา ทำให้โซลาร์เซลล์ราคาถูกลงมาเรื่อย ๆ. ขอบคุณพี่ชาย . วันหนึ่งก็มีการประกาศว่า โซลาร์เซลล์ที่ติดไดโอดบายพาสในกล่องเทอร์มินอลด้านหลังแผ่น คิดพิกัดเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า .. จะต้องเสียภาษีนำเข้่า 10 % และ แว๊ท 7 %จากฐานราคาที่รวมภาษีนำเข้าแล้ว ยุ่งละซิ เพราะ ของคุณภาพจะฝังไดโอดแบบซีลมาจากโรงงาน ..ทำให้ราคาแผ่นโซลาร์ ที่มีไดโอดต้องมีต้นทุนสูงขึ้นเป็น 10.7 % ทันที่.. แต่ก้ยังโชคดี.. ไม่รู้จีนรู้ได้งัยว่าจะเก็บภาษีแบบนี้ ก็เลยมาแบบไม่ต้องใส่ไดโอด.. สาธุ ..
อย่าเพิ่งดีใจว่าติดเองก็ได้ ถึงหาของเองก็ไม่รู้ได้หรือไม่ เพราะอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ จะต้องผ่านการเซอร์ก่อน.. ไม่เซอร์ไม่ผ่าน.. ไม่มีสิทธิ์.. ยังมีอีก..แม็ก ..มีประกาศจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง.. ผู้ที่จะติดโซลาร์ได้ .. จะต้องมีใบอนุญาติ..จากหน่วยงานก่อน .. แล้วทีมงานอาสาทำงานโซลาร์ ติดวัด สวน โรงเรียน ศุนยืเรียนรู้ มาตั้ง 4 ปีแล้ว ไม่มีใบอนุญาติ สงสัย .. ทำผิดกฏของรัฐแล้วเรา..คุก.. ๆ ซะแล้ว..

ยังไม่พอ ท่านจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้ คณะกรรมการประกอบกิจการพลังงานและ ค่ามิเตอร์ TOU อีกเท่าไร... ประมาณ 30,000.- บาท ด้วยนะ.. จะบอกให้..

คราวนี้มาดุค่าไฟแบบ feed in tallip... เป็นค่าไฟที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง.. อะไรวะ.ตลอด ..25 ปี หมายความว่า การไฟฟ้าจะรับซื้อ... 6.96 บาท... ต่อหน่วย เป็นเวลา 25 ปี... แต่เมื่อต้นทุนคืนแล้ว ราคารับซื้อจะลดลงกว่านี้อีกนะ .. อาจจะเหลือ 5.5 บาทต่อหน่วยก็ได้

แต่การรับซื้อแบบนี้ แตกต่างจากการรับซื้อที่รัฐรับซื้อ แบบ มีค่า ADDER 8 บาท กับโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ ที่คิดราคาค่าไฟฐาน บวก FT. บวก ADDER ซึ่งรวมแล้ว โซลาร์ฟาร์มจะได้.. 12 บาท...ต่อหน่วย และ....ขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามค่าไฟฐานและค่า FT1 ที่ขึ้นเท่าไรเท่ากัน 10 ปี หรืออาจจะมีการต่ออายุไปอีกก็ได้ .

มาดูมิเตอร์ TOU ที่ท่านจะต้องเปลี่ยนจากแบบธรรมดาที่เป็นล้อหมุน มาเป็นแบบดิจิตอล คิดค่าไฟตามเวลา ตามค่าพีค... ตามค่าพาวเวอร์แฟคเตอร์... ที่กำลังมีปัญหาที่จะต้องปรับปรุงค่า เหล่านี้ตามวัด. สิ่งที่ท่านจะต้องจ่าย . ค่าไฟกลางวันของมิเตอร์แบบ TOU ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม ราคาหน่วยละ 5.2674 บวก FT 0.95 บาท เท่ากับ 6.217 บวกแว๊ท 7% เท่ากับ 6.65 บาทต่อหน่วย ... ส่วนกลางคืนจ่าย 2.1827 บวก Ft. บวกแว๊ท เท่ากับ 3.35 บาท หลัง 4 ทุ่ม ถึง 9 โมงเช้่า

โซลาร์ขนาด 5,000 วัตต์ ทั้งปี ถ้าเป็นแผ่นอะมอร์ฟัส จะคิด วันละ 5 ชั่วโมง คูน 365 วัน คูณ0.7 ซึ่งเป็นค่าที่ทดสอบของจริง 1 ปีมาแล้ว เท่ากับ 6,387 หน่วยต่อปี หรือเท่ากับ 532 หน่วยต่อเดือน ... และถ้าเป็นแผ่นแบบคริสตัลไลน์ จะคูณ 0.5 เท่ากับ 4,562 หน่วยต่อปี .. หรือเท่ากับ 380 หน่วยต่อเดือน... แต่ตัวเลขที่รัฐประเมินมากับอัตรการคืนทุน เท่ากับ 6,500 หน่วยต่อปี .. เจริญ..

บ้านเรือนที่พอจะมีกำลังติดแผ่นโซลาร์ได้ น่าจะมีการใช้ไฟฟ้าเดือนละประมาณ 2,500.- บาท หรือ 625 หน่วยต่อเดือน .. ให้ท่านไปคิดเองว่า ใช้ 625 หน่วยต่อเดือน ราคา TOU สารพัด... กับหน่วยที่ได้ 532 หรือ 380 หน่วย ต่อเดือน และต้องลงทุน 340,000.- ได้ค่าไฟ 6.96 บาทต่อหน่วย และ ซื้อไฟ 6.65 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 25 ปี เอาไหม....

ที่มา Phakdee Nun

...รถลาดตระเวณโจมตีเคลื่อนที่เร็ว (ฝีมือคนไทย)

...รถลาดตระเวณโจมตีเคลื่อนที่เร็ว (ฝีมือคนไทย)

ยานยนต์เคลื่อนที่เ็ร็วทางยุทธวิธี
.. รถบัคกี้ (Buggy) เป็นยานยนต์ที่มีความคล่องตัวสูง สร้างทดแทนง่าย คือ สามารถพัฒนาและผลิตได้จากวัสดุที่จัดหาจากท้องตลาดและดำเนินการผลิต โดย สรรพาวุธ ทบ. ร่วมกับ บริษัทผลิตรถยนต์ ภายในประเทศเราเอง เดือนหนึ่งสามารถสร้างได้เป็น 100 คัน ซึ่งราคารถเปล่าไม่รวม เครื่องมือสื่อสาร และระบบอาวุธที่ติดตั้ง ทั้งหลาย เบ็ดเสร็จงบประมาณต่อคัน ไม่เกิน 500,000 บาท
ราคา ขั้นต่ำสุด 200,000 บาท ก็สามารถสร้างได้


รายละเอียดรถลาดตระเวณโจมตีเคลื่อนที่เร็ว

พลประจำรถ : จำนวน 2 นาย : พลขับ พลปืนกล
ระบบขับเคลื่อน : 2 ล้อหลัง เครื่องยนต์ท้าย
เครื่องยนต์ : เบนซิน ขนาดความจุ 1300 - 1500 ซีซี.
ล้อรถ : ยางตันหล่อดอก 4 ล้อ
อาวุธ : ติดปืนกลเบา เนเกฟ ขนาด 5.56 มม. จำนวน 2 กระบอก บนช่องพลยิงบนหลังคารถ และ บริเวณกระโปรงหน้าที่นั่งด้านข้างพลขับ
อาวุธอาจเปลี่ยนเป็น ปืนกล เอ็ม-60 เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ 40 มม. ยิงเป็นชุด และ ปืนกลหนัก M2 Browning .50 Cal
อาวุธประจำกายพลประจำรถ : ปืนพกสั้น 9 มม.ซองหน้าอก และปืนไรเฟิลพับฐานขนาด 5.56 มม.
โครงรถ : เหล็กเหนียว หรือ อลูมิเนียมอัลลอย
ระบบไฟ : แบตเตอรรี่แห้ง 12 โวลต์
ไฟส่อง : ไฟหน้า4ดวง ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ตามมาตราฐานรถยนต์ สามารถเพิ่มไฟสปอร์ตไลต์ได้ตามภาระกิจ
ระบบสื่อสาร : ติดวิทยุสื่อสารตามแบบมาตราฐานของ ทบ. พร้อมชุดปากพูดหูฟังประกอบศรีษะ...

---Supper Weapon---

เคยสงสัยถึงตัวเลขบนสติกเกอร์... ที่อยู่บนผลไม้จากเมืองนอกไหม??

เคยสงสัยถึงตัวเลขบนสติกเกอร์...ที่อยู่บนผลไม้จากเมืองนอกไหม??

ถ้ามีเลข 4 หลัก หมายความว่า
เป็นการปลูกแบบปกติ ใช้ยา ใช่ปุ๋ย(medicine)

ถ้ามีเลข 5 หลัก แล้วตัวแรกคือ 9
คือพวกออแกนิค ไร้สาร (fourleafclover)

แต่ถ้าเริ่มต้นด้วย 8 คือ GMOs
มีการตัดต่อพันธุกรรม (anguished)

(เวลาไปซื้อที่ BIG C ,แม็คโคร , โลตัส ดูกันให้ดีนะคะ )


ที่มา ร้อย8-พัน9

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

รากสามสิบ (อีกชื่อคือ สาวร้อยผัว เนื่องจากเปรียบสตรีที่ยังมีความสุขแบบสาวสองพันปี) ชื่อละครอาจเรียกสนุกๆว่า รากราคะ


รากสามสิบ (อีกชื่อคือ สาวร้อยผัว เนื่องจากเปรียบสตรีที่ยังมีความสุขแบบสาวสองพันปี) ชื่อละครอาจเรียกสนุกๆว่า รากราคะ

เห็นมีเพื่อนๆเพจพูดคุยกันเลยหามาให้อ่าน....แอดมิน
ศตวารี - สาวร้อยผัว กระชับช่องคลอด ตกขาว ประจำเดือน เรื่อง Sex กิจกรรมบนเตียง ( รากราคะ )
กระชับ ช่องคลอด ตกขาว ประจำเดือน อารมณ์เพศแปรปรวน ไร้สมรรถภาพทางเพศผู้หญิง รากสามสิบ ราชินีสมุนไพรชีวิตคู่ ดูแลปัญหาระบบภายในช่องคลอดไม่กระชับและมีปัญหาชีวิตคู่บนเตียงมีกลิ่นอับ ไม่พึ่งประสงค์ตกขาวมดลูกต่ำ สตรีวัยทอง ดูแลปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ

ปัญหาลับๆ เช่นช่องคลอดหย่อนยานไม่กระชับ ปวดท้องเวลามีประจำเดือน ประจำเดือนไม่ตรงเวลา เป็นปัญหาต่างๆ ที่รบกวนจิตใจของผู้หญิงกว่า 98% รวมถึง หน้าอกเล็กแบบ หย่อน หน้าท้องป่อง หรือปัญหาเหล่านี้เกิดจากการขาดสมดุลในฮอร์โมน แนะนำ รากสามสิบ (อีกชื่อคือ สาวร้อยผัว เนื่องจากเปรียบสตรีที่ยังมีความสุขแบบสาวสองพันปี) ชื่อละครอาจเรียกสนุกๆว่า รากราคะ

ไม่ ว่าจะเป็นกำลังเสือโคร่ง โด่งไม่รู้ล้ม สาวน้อยตกเตียง จนมาถึงรากสามสิบหรือต้นสาวร้อยผัวนี้แหละ ต่างคนต่างงงว่ามันคืออะไร สรรพคุณ ทำให้กลับมาเป็น ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี สาว(female rejuvention) กระชับช่องคลอด ภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว อารมณ์ทางเพศเสื่อมถอย ภาวะหมดประจำเดือน บำรุงน้ำนม บำรุงครรภ์ ป้องกันการแท้ง นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาบำรุงกำหนัดในเพศชายได้ด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีการนำมาใช้เป็นยาแก้ไอ ยาแก้โรคกระเพาะ แก้ไข้ แก้อักเสบ ได้เหมือนกัน เป็นสมุนไพรที่มีการออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน ห้ามใช้กับสตรีที่มีความเสียงต่อการเป็นมะเร็ง 

สรรพคุณ

แก้ปวดประจำเดือน 
ชลอความแก่
แก้ช่องคลอดอักเสบ 
ช่วยให้ช่องคลอดกระชับ
ป้องกันการแท้ง
ช่วยระบาย
เพิ่มขนาดหน้าอกและสโพก
ลดระดับน้ำตาลในเลือด 
บำรุงผิวพรรณ

แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ 
แก้ช่องคลอดมีกลิ่น
แก้มีลูกยาก
บำรุงน้ำนม 
ช่วยขับปัสวะ
กระชับสัดส่วน 
บำรุงเลือดและหัวใจ
ลดสิวฝ้า 
แก้ตกขาว(หมาดขาว)
แก้คันในช่องคลอด 
บำรุงครรภ์ 
ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
ลดกลิ่นตัวกลิ่นปาก
ลดไขมันส่วนเกิน 
บำรุงฮอร์โมนเพศ
แก้อาการวัยทอง 

"สาวร้อย ผัว" มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Asparagus Racemosus Willd เป็น สมุนไพรที่คนไทยและคนเอเชียใช้กันมาช้านานแล้ว คนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ เรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภาค ชื่อในภาคกลางหรือคนทั่วไปเรียกขานว่า "รากสามสิบ" หรือ "สามร้อยราก" นั่นเอง หมอยาโบราณส่วนใหญ่จะรู้ว่าสาวร้อยผัวเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี จึงให้ชื่อว่า "สาวร้อยผัว" ชื่อนี้หมายถึงไม่ว่า สาวใดจะอายุเท่าไรก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้(ไม่ได้หมายถึงสาวใจแตก) ความหมายคล้ายๆสาวสองพันปีที่ยังสาวเสมอนั่นเอง และเป็นที่น่าแปลกใจว่าในอินเดียก็เรียกสมุนไพรชนิดนี้คล้ายกับเมืองไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตาวรี(Shtavari) มีความหมายว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางตำราบอกว่าหมายถึงผู้หญิงที่มีร้อยสามี "Satavari" (this is an India word meaning'a woman who has a hundred husbands) รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ พระเวท ซึ่งเป็น คำภีร์ที่มีมาก่อนอายุรเวทด้วยซ้ำ จึงน่าจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว และในอินเดียใช้รากสามสิบทำ เป็นของหวานเช่นเดียวกับเมืองไทย (รากสามสิบแช่อิ่ม รากสามสิบเชื่อม)

ในตำราอายุรเวทใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในผู้หญิง ในการทำให้ผู้หญิงกลับมาเป็นสาว (Female rejuvention) นอกจากนี้ยังช่วย แก้ปัญหาอื่นๆของผู้หญิงเช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศเสื่อมถอย ภาวะหมดปะจำ เดือน(menopause) และใช้บำรุงน้ำนม บำรุงครรภ์ ป้องกันการแท้ง (habitual abortion) และอาการที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ของผู้หญิง แม้สมุนไพร ชนิดนี้จะโดดเด่นต่อสตรีเพศแล้ว ในอินเดียยังใช้ในการเพิ่มพลังทางเพศให้กับผู้ชายอีกด้วย ซึ่งก็คงคล้ายกับทางภาคเหนือของไทยที่ใช้สาวร้อยผัว หรือที่เรียกในภาคเหนือว่า "ม้าสามต๋อน" เป็นยาดองเพื่อเพิ่มพลังทางเพศชาย และยังใช้เพื่อสรรพคุณทางยาอื่นๆอีกมาก เช่น ยาแก้ไอ ยารักษาโรคกระเพาะ ยาแก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ ซึ่งจัดได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรที่ใช้มาก ที่สุดในอินเดียชนิดหนึ่ง ในปี ค.ศ. 1992-2000 อินเดียใช้สมุนไพรชนิดนี้ถึง 8,460 ตัน เป็นอันดับสองรองจากมะขามป้อมที่ใช้อยู่ที่ 15,147 ตัน ปัจจุบันมีสารสกัดด้วยน้ำของรากสามสิบจากอินเดียไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement หรือพวกอาหารเสริมที่สามารถขายได้ทั่วไปไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

สาวร้อยผัว หรือ รากสามสิบ เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีการศึกษาวิจัยกันมากพอสมควร ในด้านการศึกษาวิจัยในห้องทดลองพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา คือ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ แก้การอักเสบ แก้ปวด มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งโรคเบาหวาน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ ลดระดับไขมันในเลือด ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง ขับน้ำนม ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งพิษต่อตับ

ใน การศึกษาด้านความเป็นพิษในสัตว์ทดลองพบว่า การใช้รากสามสิบในขนาดสูง 2 กรัม ต่อกิโลกรัม ด้วยการกินไม่พบพิษ และการใช้ในระยะยาวด้วยการต้มน้ำ ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แล้วให้กินทั้งเนื้อและน้ำนาน 4-32 สัปดาห์ ไม่พบความผิดปกติ จะเห็นได้ว่ารากสามสิบนั้น นับว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามาก เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ควรค่าแก่การอนุรักษ์เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

ต้นรากสามสิบ (ภาคกลาง) ผักชีช้าง (ภาคอีสาน) ม้าสามต๋อน(ภาคเหนือ) ผักหนาม (ภาคใต้) 
เป็นไม้เลื้อย หมอยาในสมัยก่อนจะเรียกกันว่า"สาวร้อยผัว" ส่วนใหญ่ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ทำให้มีแรง กระชุ่มกระชวย ไม่แก่ เหมือน ๆ สาวสองพันปี มีประวัติการใช้เป็นสมุนไพรในคัมภีร์พระเวทของอินเดีย(ไม่ยืนยันครับ)

หมอยาโบราณส่วนใหญ่จะรู้ว่าสาวร้อยผัวเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี จึงมีชื่อว่า "สาวร้อยผัว" กล่าวคือไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ ความหมายคล้ายๆ สาวสองพันปีที่ยังดูสาวเสมอ ไม่ใช่กินแล้วสามารถมีผัวได้ร้อยคนอะไรทำนองนั้น 

ซึ่ง รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึง ในคัมภีร์พระเวท เป็นคัมภีร์ที่มีมาก่อนอายุรเวทด้วยซ้ำ จึงน่าจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว และในอินเดียใช้รากสามสิบทำเป็นของหวานเช่นเดียวกับเมืองไทย คือ "รากสามสิบแช่อิ่ม"

ในตำราอายุรเวทใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเป็นยาบำรุงในผู้หญิง ในการทำให้ผู้หญิงกลับมาเป็นสาว (female rejuvenation) นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ปัญหาอื่นๆ ของผู้หญิง เช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว ภาวะหมดอารมณ์ทางเพศ ภาวะหมดประจำเดือน (menopause) บำรุงน้ำนม บำรุงครรภ์ ป้องกันการแท้ง (habitual abortion)

มี สถิติในปี ค.ศ.1999-2000 อินเดียใช้สมุนไพรชนิดนี้ถึง 8,460 ตัน เป็นอันดับสองรองจาก มะขามป้อม ที่ใช้อยู่ที่ 15,147 ตัน ปัจจุบันมีสารสกัดด้วยน้ำของรากสามสิบจากอินเดีย ไปจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement กล่าวคือสามารถขายได้ทั่วไปอย่างอิสระไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

เครดิต..THAI HERB